วันนี้ (20 มิถุนายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรไทยและการสร้างความเป็นธรรมในการประกอบอาชีพ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการบินซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ล่าสุด กระทรวงคมนาคม ได้เร่งดำเนินการติดตามและหาแนวทางแก้ไขกรณีข้อกังวลเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเพื่อแลกกับโอกาสในการทำงานบิน หรือ "Pay to Fly" ซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากสังคมในขณะนี้
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้หารือร่วมกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับโอกาสในการประกอบอาชีพของนักบินไทย ตลอดจนส่งผลต่อภาพลักษณ์และมาตรฐานของอุตสาหกรรมการบินของประเทศในระยะยาว
ทั้งนี้ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และพิจารณาแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน เพื่อให้ได้ข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการที่เหมาะสม สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมระบบการจ้างงานที่โปร่งใส เป็นธรรม และเปิดโอกาสให้บุคลากรไทยสามารถเข้าสู่อาชีพนักบินได้อย่างเหมาะสมตามศักยภาพและความสามารถ พร้อมทั้งช่วยยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการบินไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล
"รัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองโอกาสในการทำงานของคนไทย ควบคู่กับการพัฒนามาตรฐานอุตสาหกรรมการบินของประเทศ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยอาศัยข้อมูลจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการจ้างงาน ความเป็นธรรมในวิชาชีพ และการรักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านการบิน" นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย จะติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการอย่างใกล้ชิด และเมื่อได้ข้อสรุปหรือมีความคืบหน้าในประเด็นดังกล่าว จะรายงานผลให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และความเป็นธรรมให้กับบุคลากรในอุตสาหกรรมการบินไทยต่อไป


