เอลนีโญ ทำอากาศแปรปรวนยาวสทนช. เตือนรับมือสภาวะฝนทิ้งช่วงปลาย มิ.ย. นี้ ฤทธิ์เอลนีโญทุบซ้ำทำอากาศแปรปรวนยาวสิ้นปี เสี่ยงภัยแล้ง-น้ำท่วม สั่งคุมเข้ม 9 มาตรการด่วน
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แจ้งเตือนประชาชนเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ หลังพบสัญญาณไทยเตรียมเข้าสู่สภาวะ "ฝนทิ้งช่วง" ปลายเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนกรกฎาคม 2569 นี้ เผยปัจจัยหนุนจากปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" อาจทำให้อากาศแปรปรวนลากยาวตลอดทั้งปี ทั้งภัยแล้งและฝนตกหนักบางแห่ง พร้อมสั่งการทุกหน่วยงานคุมเข้ม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนอย่างเคร่งครัด
เอลนีโญแผลงฤทธิ์ หนุนฝนทิ้งช่วงลากยาวกว่าปกติ
นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยข้อมูลจากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) ระบุว่า แม้ประเทศไทยจะอยู่ในช่วงฤดูฝน แต่กำลังจะเข้าสู่ "สภาวะฝนทิ้งช่วง" ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. ถึง กลางเดือน ก.ค. 2569 เนื่องจากร่องความกดอากาศต่ำเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านทางตอนใต้ของจีน
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือ ปัจจุบันเอ็นโซได้เปลี่ยนผ่านเข้าสู่ "สภาวะเอลนีโญ" แล้ว ซึ่งแบบจำลองภูมิอากาศคาดการณ์ว่าจะทรงตัวและต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี ปรากฏการณ์นี้จะทำให้สภาวะฝนทิ้งช่วงรุนแรงและยาวนานกว่าปกติ ส่งผลให้ประเทศไทยต้องเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง รวมถึงฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในบางพื้นที่
"รองนายกรัฐมนตรี นายทรงศักดิ์ ทองศรี" ได้แสดงความห่วงใยและสั่งการให้ สทนช. บูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานเกาะติดสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด
เปิดสถิติน้ำในเขื่อน เผยต่ำกว่าปีที่แล้ว 490 ล้าน ลบ.ม.
สำหรับภาพรวมสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีตัวเลขที่ต้องเฝ้าระวัง ดังนี้
- ปริมาณฝนตกยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติประมาณ 10%
- สถานการณ์น้ำของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่งทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำทั้งหมด 45,054 ล้านลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) คิดเป็น 56% ของปริมาณความจุกักเก็บ
- ปริมาณน้ำใช้การได้ 20,943 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 37% ของปริมาณความจุกักเก็บ
- เปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาน้อยกว่าเดิม 490 ล้าน ลบ.ม.
แม้ปริมาณฝนโดยรวมจะต่ำกว่าปกติ แต่ สทนช. ระบุว่ายังมีโอกาสเกิดฝนตกหนักสะสมจนเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่มได้ในบางพื้นที่ จึงได้กำชับให้ทุกหน่วยงานปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 2569 อย่างเคร่งครัด พร้อมเตรียมเครื่องจักรและบุคลากรเข้าช่วยเหลือประชาชนทันที
สทนช. เร่งปรับแผนบริหารจัดการน้ำ ผุดโมเดลคาดการณ์ฝนใหม่
ในด้านการบริหารจัดการน้ำ สทนช. ได้ประสานงานร่วมกับกรมชลประทาน และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้เร่งปรับแผนการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริง ควบคุมการจ่ายน้ำให้เกิดสมดุลสูงสุด และเน้นย้ำเรื่องการกักเก็บน้ำหลังสิ้นสุดฤดูฝนเพื่อสำรองไว้ใช้ พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า
นอกจากนี้ สทนช. ยังคงติดตามและวิเคราะห์สภาพอากาศวันละ 2 ช่วงเวลา (เช้า-เย็น) เพื่อแจ้งเตือนภัย และกำลังเตรียมพัฒนา "แบบจำลองการคาดการณ์ปริมาณฝนใหม่" เพื่อนำเสนอต่อคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ปริมาณน้ำท่า และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม-ดินถล่มได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นในอนาคต


