สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แนะนายจ้างและฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ศึกษาขั้นตอนการดำเนินการเมื่อเกิดกรณีลูกจ้างบาดเจ็บจากการทำงาน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง
สำนักงานประกันสังคม (สปส.) แนะนายจ้างและฝ่ายทรัพยากรบุคคล (HR) ศึกษาขั้นตอนการดำเนินการเมื่อเกิดกรณี ลูกจ้างบาดเจ็บจากการทำงาน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที พร้อมปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง โดยมีขั้นตอนสำคัญดังนี้
1. รีบส่งลูกจ้างเข้ารับการรักษาทันที
เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน นายจ้างต้องรีบนำส่งลูกจ้างเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลโดยเร็วที่สุด ทั้งโรงพยาบาลของรัฐและเอกชน
แบ่งเป็น 2 กรณี ได้แก่
- เข้ารับการรักษานอกสถานพยาบาลในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน ลูกจ้างต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลไปก่อน
- เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลในความตกลงของกองทุนเงินทดแทน นายจ้างต้องออกแบบ กท.44 (แบบส่งตัวลูกจ้างเข้ารับการรักษาพยาบาล) เพื่อให้ลูกจ้างนำไปยื่นต่อโรงพยาบาล
ข้อดีของการใช้แบบ กท.44 คือ ลูกจ้างไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขที่กำหนด และสามารถเข้ารับการรักษาได้ทันที
2. แจ้งเหตุประสบอันตรายต่อประกันสังคมภายใน 15 วัน
- หลังเกิดเหตุ นายจ้างมีหน้าที่แจ้งรายละเอียดการประสบอันตรายของลูกจ้างต่อสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ที่ลูกจ้างทำงานอยู่
โดยต้องยื่นแบบ กท.16 (แบบแจ้งการประสบอันตราย เจ็บป่วย หรือสูญหาย) ภายใน 15 วัน นับจากวันที่นายจ้างทราบเหตุ
3. ยื่นเอกสารออนไลน์ผ่านระบบ e-Compensate ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
- ปัจจุบันนายจ้างสามารถแจ้งการประสบอันตรายของลูกจ้างผ่านระบบ WCF Platform หรือ e-Compensate ของกองทุนเงินทดแทนได้ทางออนไลน์ ช่วยลดขั้นตอนและไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานประกันสังคม
จุดเด่นของระบบ e-Compensate
- ยื่นเรื่องได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง
- ข้อมูลส่งตรงเข้าสู่ระบบของสำนักงานประกันสังคมทันที
- ตรวจสอบสถานะการยื่นเอกสารได้สะดวก
- มีระบบช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเบื้องต้น
ประกันสังคม ย้ำว่า การดำเนินการอย่างรวดเร็วและถูกต้อง ไม่เพียงช่วยให้ลูกจ้างได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจขององค์กร และช่วยให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างครบถ้วนอีกด้วย

