สธ.ยโสธร เผยผลสอบ "อาหารเป็นพิษ" รร.เทศบาล 3 ป่วยพุ่ง 267 ราย ชี้ชัดต้นตอ "ข้าวหมูแดง" ปนเปื้อนเชื้อโรค เร่งสั่งบิ๊กคลีนนิ่ง-ยกระดับมาตรฐานโรงครัวด่วน!
จากกรณีเหตุการณ์ระบาดของโรคอาหารเป็นพิษครั้งใหญ่ในโรงเรียนเทศบาล 3 ห้าธันวาคม สังกัดเทศบาลเมืองยโสธร ตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักเรียนและครูมีอาการไข้สูง ถ่ายเหลว อาเจียน และปวดท้อง รุนแรง ล่าสุดทางสาธารณสุขจังหวัดได้ออกมาแถลงสรุปผลการสอบสวนโรคและเผยต้นตอของเหตุการณ์ในครั้งนี้แล้ว
เผยยอดผู้ป่วยสะสม 267 ราย ปลอดภัยแล้วเกือบทั้งหมด
นายแพทย์ปฐมพงศ์ ปรุโปร่ง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยโสธร (นพ.สสจ.ยโสธร) ร่วมกับโรงพยาบาลยโสธร และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 อุบลราชธานี ได้แถลงสรุปตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบ ดังนี้
- ผู้ป่วยสะสมทั้งหมด 267 ราย
- เข้ารับการรักษาที่ รพ.ยโสธร 129 ราย
- นอนพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (Admit) 55 ราย
- สถานการณ์ล่าสุด อาการดีขึ้นและกลับบ้านได้เกือบทั้งหมดแล้ว เหลือผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลเพียง 1 ราย เท่านั้น
ชี้ชัดต้นตอ "เมนูข้าวหมูแดง" และเชื้อโรคปนเปื้อนในโรงครัว
จากการลงพื้นที่สอบสวนโรคอย่างละเอียด พบว่าสาเหตุหลักมาจากเมนูข้าวหมูแดง ซึ่งเป็นอาหารกลางวันของโรงเรียนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569
นอกจากนี้ ทีมสอบสวนโรคยังได้ตรวจพบเชื้อก่อโรคปนเปื้อนในหลายจุดสำคัญภายในโรงเรียน เช่น เชื้อแบคทีเรียกลุ่ม Salmonella ssp., Aeromonas ssp. รวมถึงเชื้อ E. coli (Enteropathogenic และ Enterotoxigenic E. coli) ซึ่งตรวจพบในบริเวณพื้นโรงครัว, ภาชนะใส่สิ่งของ และอุปกรณ์ใส่อาหารและเครื่องดื่ม
กางมาตรการแก้ปัญหา "อาหารเป็นพิษในโรงเรียน" ทั้งระยะสั้น-ระยะยาว
ทางสาธารณสุขจังหวัดยโสธรได้สะท้อนปัญหาไปยังผู้บริหารเทศบาลและโรงเรียน เพื่อวางแนวทางจัดการร่วมกันอย่างเร่งด่วน
มาตรการระยะสั้น (แก้ไขทันที)
- Big Cleaning ทำความสะอาดโรงครัวและบริเวณโดยรอบเพื่อฆ่าเชื้อและทำลายแหล่งเพาะเชื้อโรค
- ปรับปรุงสุขาภิบาล ติดตั้งตาข่ายกันแมลงที่เป็นพาหะนำโรค ทำความสะอาดโต๊ะโรงอาหารและตู้ปรุงอาหาร
- เน้นย้ำความสดใหม่ นักเรียนต้องได้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ภายใน 3 ชั่วโมงเท่านั้น
มาตรการระยะยาว (ยั่งยืน)
- ปรับปรุงโครงสร้างโรงครัวให้ได้มาตรฐานของกรมอนามัยและมาตรฐานโรงครัวโรงเรียน
- ติดตั้งระบบดักไขมันและระบบจัดการของเสียในโรงครัว
- ดึงนักเรียนและภาคส่วนในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมสอดส่องและกำหนดมาตรฐานวัตถุดิบ รวมถึงสุขอนามัยของผู้ประกอบอาหาร
- ตั้งภาคีเครือข่ายเฝ้าระวัง ให้โรงเรียนประเมินตนเองตามเกณฑ์สุขาภิบาลอาหารของกรมอนามัย ปีละ 2 ครั้ง
ขยายผลตรวจเข้มทั้งจังหวัด พร้อมย้ำคาถา "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ"
นพ.สสจ.ยโสธร เน้นย้ำว่า จากนี้ไปจะร่วมมือกับเทศบาลและภาคีเครือข่ายขยายผลการเฝ้าระวังเรื่องสุขาภิบาลอาหารไปยังสถานศึกษาอื่นๆ ทั่วทั้งจังหวัดยโสธร เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย และเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆทุกคน
คำแนะนำสำหรับผู้ปกครอง ควรปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยส่วนบุคคลร่วมกับบุตรหลานอย่างเคร่งครัด ด้วยหลัก "กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ" (รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลางทุกครั้ง และหมั่นล้างมือก่อน-หลังรับประทานอาหาร) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารและโรคติดต่ออื่นๆ ได้ดีที่สุด





