ดีเดย์ 20 มิ.ย. 69 สธ. บังคับใช้เกณฑ์ฉลากเครื่องมือแพทย์ใหม่ คุมเข้มห้ามโอ้อวดเกินจริง ของใช้ในบ้านต้องมีภาษาไทย หนุนใช้ QR Code เช็กข้อมูล
รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เดินหน้ายกระดับความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ดีเดย์ 20 มิถุนายน 2569 นี้ บังคับใช้หลักเกณฑ์การแสดงฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ฉบับใหม่ เพิ่มความชัดเจน ทันสมัย ป้องกันการโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง พร้อมไฟเขียวใช้ QR Code อำนวยความสะดวกประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์
ปรับเกณฑ์ใหญ่ "ฉลากเครื่องมือแพทย์" ห้ามโอ้อวด-เกินจริง
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของประชาชนในการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ล่าสุด กระทรวงสาธารณสุขได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การแสดงฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ ให้มีความชัดเจน ทันสมัย และเหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบัน โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
หลักเกณฑ์ใหม่นี้กำหนดให้ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้รับอนุญาต หรือผู้จดแจ้งเครื่องมือแพทย์ ต้องจัดให้มีฉลากและเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ที่อ่านได้ชัดเจน มีข้อมูลครบถ้วน โดยมีข้อกำหนดสำคัญคือ ต้องไม่แสดงข้อความอันเป็นเท็จ เกินความจริง หรือโอ้อวดสรรพคุณจนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด
เช็กเงื่อนไข "เครื่องมือแพทย์ทั่วไป vs สำหรับแพทย์" ต้องระบุอะไรบ้าง?
เพื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้งาน หลักเกณฑ์ใหม่ได้แบ่งการแสดงข้อมูลออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ๆ ดังนี้
1. เครื่องมือแพทย์สำหรับบุคคลทั่วไป (เช่น เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ที่บ้าน)
- ภาษาที่ใช้ ต้องมีฉลากและเอกสารกำกับเป็น ภาษาไทย
2. เครื่องมือแพทย์สำหรับผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์และสาธารณสุข
- ภาษาที่ใช้ สามารถแสดงเป็น ภาษาไทย หรือ ภาษาอังกฤษ ที่อ่านเข้าใจได้
ข้อมูลสำคัญที่ต้องระบุบนฉลาก (สำหรับทุกกลุ่ม)
- ชื่อผลิตภัณฑ์ และวัตถุประสงค์การใช้
- วิธีใช้, คำเตือน, ข้อห้ามใช้ และข้อควรระวัง
- ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิต หรือผู้นำเข้า
- เลขที่รุ่นการผลิต, วันผลิต, วันหมดอายุ หรืออายุการใช้งาน
รับเทรนด์ดิจิทัล ไฟเขียวแสดงเอกสารผ่าน QR Code และซอฟต์แวร์
นอกจากนี้ ประกาศฉบับใหม่ยังปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัล โดยรองรับการแสดงเอกสารกำกับในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น
- QR Code
- เว็บไซต์
- ช่องทางดิจิทัลอื่น ๆ
การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้ประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงข้อมูลได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้น รวมถึงมีการกำหนดแนวทางที่ชัดเจนสำหรับเครื่องมือแพทย์ในรูปแบบซอฟต์แวร์ (Software), แอปพลิเคชัน (Application), อุปกรณ์เสริม และเครื่องมือทางทันตกรรม เพื่อให้มีข้อมูลที่ตรวจสอบได้และใช้งานได้อย่างปลอดภัยสูงสุด
ผ่อนปรนผู้ประกอบการรายเดิม ปรับตัวได้อีก 2 ปี
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการนี้จะช่วยยกระดับการคุ้มครองผู้บริโภค ลดความเสี่ยงจากการใช้เครื่องมือแพทย์ผิดวิธี และเพิ่มความเชื่อมั่นต่อระบบกำกับดูแลเครื่องมือแพทย์ของไทย ขณะเดียวกันยังช่วยให้ผู้ประกอบการมีมาตรฐานที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ
สำหรับผู้ประกอบการรายเดิม รัฐบาลได้มีมาตรการผ่อนปรนเพื่อลดผลกระทบ โดยฉลากหรือเอกสารกำกับเครื่องมือแพทย์ที่ดำเนินการตามหลักเกณฑ์เดิมไว้ก่อนวันที่ประกาศใหม่มีผลใช้บังคับ ยังสามารถใช้ต่อไปได้อีกไม่เกิน 2 ปี นับจากวันที่ประกาศมีผลบังคับใช้ เพื่อให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาในการปรับตัว
ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะเดินหน้ากำกับดูแลผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างรอบคอบ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยสามารถเข้าถึงเครื่องมือแพทย์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้รับข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วนที่สุด

