ไม่รอดโดนแล้ว! ตำรวจลุยอุบลราชธานี แอดมินสาว 23 แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกคนไทยทำบัญชีม้ากัมพูชา ถูกจับคดีซ่องโจรฟอกเงิน
อัปเดตล่าสุด ไม่รอดโดนแล้ว! ตำรวจลุยอุบลราชธานี แอดมินสาว 23 แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกคนไทยทำบัญชีม้ากัมพูชา ถูกจับคดีซ่องโจร ฟอกเงิน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หรือ กองปราบปราม ร่วมกันจับกุม นางสาว ศ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 487/2569 ลงวันที่ 27 มกราคม 2569 ในความผิดฐาน “มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, เป็นอั้งยี่, เป็นซ่องโจร, สมคบและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นธุระจัดหาบัญชีม้าเพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี”
ตำรวจจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้าน หมู่ 11 ต.กุดลาด อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลจนพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่บ้านหนองจาน ประเทศกัมพูชา โดยผู้ต้องหามีตำแหน่งเป็นแอดมิน
สาวผู้ต้องหาทำหน้าที่จัดเตรียมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และบัญชีธนาคารสำหรับใช้หลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์และฟอกเงิน
เมื่อมีเหยื่อที่ถูกหลอกให้มาเปิดบัญชีม้าเดินทางมาถึงออฟฟิศที่ประเทศกัมพูชา ผู้ต้องหาจะทำการยึดโทรศัพท์มือถือและจัดการย้ายแอปพลิเคชันธนาคารจากเครื่องของเหยื่อมาไว้ในเครื่องโทรศัพท์ของกลุ่มคนร้ายเพื่อใช้ในการทำงาน
นอกจากนี้ หากพบว่ามีเหยื่อชาวไทยคนใดที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือหรือขัดขืนการทำงาน ก็จะถูกกลุ่มคนร้ายบังคับขู่เข็ญ ทรมาน และถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงจนกว่าจะยินยอมทำตามคำสั่ง
ขบวนการนี้มีกลุ่มนายทุนชาวจีนเป็นหัวหน้าใหญ่ และมีผู้ร่วมขบวนการทั้งชาวจีน ชาวกัมพูชา และชาวไทย แบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบเพื่อจัดหาบัญชีม้ามาใช้ในการฉ้อโกงออนไลน์
ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป. ได้ทำการสืบสวนและขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการไปแล้วกว่า 21 ราย กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบทราบว่าสาวผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้หลบหนีกลับมาปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี จึงได้นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบ
เมื่อพบตัวผู้ต้องหาจึงได้เข้าแสดงตัวและทำการจับกุม จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ให้ข้อมูลยอมรับว่าตนมีหน้าที่ย้ายแอปพลิเคชันธนาคารจากเครื่องของคนไทยที่โดนหลอกลวงมาไว้ในเครื่องที่จะใช้ทำงานจริง และหากผู้เสียหายรายใดไม่ยอมให้ความร่วมมือก็จะถูกทำร้ายร่างกายจนกว่าจะยินยอม
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป.
สั่งการให้ พ.ต.ต.อดิศร อินทิยศ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.2 บก.ป. ดำเนินการ
ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)


