กรมวิทย์ฯ เผยผลตรวจก๋วยเตี๋ยวอุดรฯ พบ "ผงสีขาว" คือสารไนไทรต์บริสุทธิ์ 99% ตกค้างในน้ำซุปพุ่งสูง ชี้กินแค่ 3 ชามอันตรายถึงชีวิต!
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยผลตรวจตัวอย่างก๋วยเตี๋ยวจากชุมชนพรสวรรค์ จ.อุดรธานี หลังชาวบ้านกินแล้วล้มป่วย พบ "ผงสีขาว" คือ สารไนไทรต์ บริสุทธิ์สูงถึง 99.2% เตือนผู้ประกอบการและผู้บริโภค ห้ามใช้แทนเกลือปรุงอาหารเด็ดขาด ชี้กินน้ำซุปแค่ 1 ช้อนชา ก็ได้รับสารเกินมาตรฐาน
กรมวิทย์ฯ เผยผลแล็บ "ก๋วยเตี๋ยวอุดร" พบสารไนไทรต์ตกค้างเกินมาตรฐาน
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีชาวบ้านเกิดอาการป่วยหลังรับประทานก๋วยเตี๋ยวจากร้านแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี โดยศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 8 อุดรธานี ได้นำตัวอย่าง 4 รายการจากโรงพยาบาลอุดรธานีมาตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย
- ตัวอย่างอาเจียนของผู้ป่วย (2 ตัวอย่าง) ผลตรวจ พบสารไนไทรต์และไนเทรต
- ผงสีขาวไม่ทราบชนิด (1 ตัวอย่าง) ผลตรวจ พบเป็นสารไนไทรต์ ความบริสุทธิ์ 99.2%
- น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวเนื้อหมูและเนื้อไก่ (1 ตัวอย่าง) ผลตรวจ พบปริมาณไนไทรต์สูงถึง 2,933 มิลลิกรัมต่อลิตร
อันตรายจาก "สารไนไทรต์" กินแค่ไหนถึงขั้นวิกฤต?
จากผลการตรวจวิเคราะห์ ปริมาณสารไนไทรต์ที่พบในน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวมีจำนวนสูงมาก จนสามารถคำนวณความเสี่ยงต่อร่างกายได้ดังนี้:
- ทานเพียง 1 ช้อนชา ได้รับสารไนไทรต์เกินค่าปริมาณที่ยอมรับได้ต่อวัน (ADI) ซึ่ง JECFA กำหนดไว้ไม่เกิน 4.0 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน หากกินต่อเนื่องทุกวันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพระยะยาว
- ทานเกิน 1 ลิตร (เทียบเท่าก๋วยเตี๋ยว 3 ชาม) ร่างกายจะได้รับสารในปริมาณสูงเกินไปในครั้งเดียว ซึ่งส่งผลอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ทันที
สารไนไทรต์ (Nitrite) คืออะไร?
สารไนไทรต์ หรือที่รู้จักในชื่อ "เกลือถนอมอาหาร" หรือ "ผงเพรก" เป็นสารเคมีที่ใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ เช่น ไส้กรอก กุนเชียง แหนม และหมูยอ เพื่อรักษาสีสันของเนื้อสัตว์ให้เป็นสีชมพูแดงและยับยั้งแบคทีเรีย ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 468) พ.ศ. 2568 กำหนดให้ใช้ได้ไม่เกิน 80 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมเท่านั้น
อาการเตือนเมื่อร่างกายได้รับสารไนไทรต์สูงเกินไป
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ย้ำเตือนว่า "ไนไทรต์ไม่ใช่เกลือปรุงอาหาร และห้ามนำมาใช้แทนเกลือบริโภคโดยเด็ดขาด" เนื่องจากสารนี้จะเข้าไปขัดขวางระบบการขนส่งออกซิเจนในกระแสเลือด ทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้
- ร่างกายและริมฝีปากตัวเขียวคล้ำ
- มีอาการหายใจหอบเหนื่อย
- เวียนศีรษะ หน้ามืด
- หัวใจเต้นผิดปกติ
- ในรายที่รุนแรงเฉียบพลัน อาจทำให้เสียชีวิตได้
ข้อแนะนำด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ประกอบการและผู้บริโภค
ในขณะนี้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กำลังเร่งตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่างสูงสุด และได้ฝากข้อแนะนำทิ้งท้ายไว้ดังนี้:
- สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร ควรจัดเก็บ สื่อสาร และบริหารจัดการสารเคมีภายในร้านอย่างถูกต้อง มีป้ายกำกับชัดเจน และห้ามนำสารเคมีที่ไม่รู้จักมาใช้ในการปรุงอาหารเด็ดขาด รวมถึงระมัดระวังขั้นตอนการจัดเก็บก่อนนำไปทิ้ง
- สำหรับผู้บริโภค หลีกเลี่ยงการเก็บหรือรับประทานสิ่งของ สิ่งปรุงรส หรือวัตถุดิบที่ไม่ทราบที่มาแน่ชัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

