มิ.ย. 69 ฝนลด 20% เสี่ยงฝนทิ้งช่วงจากเอลนีโญ กรมส่งเสริมการเกษตรแนะ 3 หลัก "คลุมดิน จัดการน้ำ ใช้ปุ๋ยเหมาะสม" ช่วยเกษตรกรเซฟผลผลิต
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ เดือนมิถุนายน 2569 ประเทศไทยเผชิญภาวะเอลนีโญ (El Niño) ทำฝนรวมต่ำกว่าปกติร้อยละ 20 เสี่ยงกระทบผลผลิตทางการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรแนะเกษตรกรใช้หลัก “คลุมดิน จัดการน้ำ และใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม” ประคองพืชเศรษฐกิจผ่านวิกฤตฝนทิ้งช่วง
สัญญาณเตือนเอลนีโญ 2569 ฝนทิ้งช่วงมิถุนายนนี้ ต่ำกว่าปกติ 20%
จากการคาดการณ์สถานการณ์ปรากฏการณ์ ENSO ที่อาจส่งผลให้เกิดภาวะเอลนีโญและภาวะฝนทิ้งช่วงในฤดูฝนปี 2569 ทางกรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ปริมาณฝนรวมของประเทศไทยในเดือนมิถุนายน 2569 มีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 20 ซึ่งสถานการณ์นี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเพาะปลูกและผลผลิตทางการเกษตรในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงขอแนะนำให้พี่น้องเกษตรกรยึดแนวทางปฏิบัติ 3 หลักสำคัญ ได้แก่ “คลุมดิน จัดการน้ำ และใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม” เพื่อรักษาความชื้นในดิน เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและธาตุอาหาร ช่วยลดต้นทุนการผลิต และลดผลกระทบจากภาวะฝนทิ้งช่วงได้อย่างยั่งยืน
เปิดสูตรลับ 3 หลัก "จัดการดิน-น้ำ-ปุ๋ย" สู้ภัยแล้ง
เพื่อความมั่นคงของผลผลิต เกษตรกรสามารถนำแนวทางบริหารจัดการทั้ง 3 ด้านไปปรับใช้ในแปลงปลูก ดังนี้:
1. การจัดการดิน (รักษาความชื้น ลดการสูญเสียน้ำ)
- เพิ่มอินทรียวัตถุ ใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือปลูกพืชปุ๋ยสด (เช่น ปอเทือง, ถั่วพร้า) ในช่วงที่ดินยังมีความชื้น เพื่อเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน
- คลุมดิน ใช้วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรคลุมแปลงเพื่อรักษาหน้าดิน
- ลดการไถพรวนลึก หลีกเลี่ยงการไถพรวนที่ลึกเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ดินสูญเสียความชื้นใต้ดิน
2. การจัดการน้ำ (ใช้น้ำอย่างคุ้มค่า ทุกหยดมีประโยชน์)
- เปลี่ยนระบบให้น้ำ เลือกใช้ระบบน้ำหยดหรือการให้น้ำเฉพาะจุดแทนการรดน้ำแบบทั่วไป
- กักเก็บน้ำในแปลง ขุดสระน้ำ ทำร่องน้ำ หรือยกร่องแปลงปลูก เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้สำรองในช่วงที่ฝนทิ้งช่วง
3. การใช้ปุ๋ยอย่างเหมาะสม (ใส่ถูกเวลา พืชได้ประโยชน์สูงสุด)
- ใส่ปุ๋ยเมื่อดินชื้น ควรใส่ปุ๋ยในช่วงที่ดินมีความชื้นเพียงพอเพื่อให้ปุ๋ยละลายและพืชดูดซึมได้ดี
- แบ่งใส่ปุ๋ยเป็นระยะ ช่วยลดการสูญเสียธาตุอาหาร โดยเฉพาะไนโตรเจน
- ผสมผสานและใส่ตรงจุด ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ร่วมกับปุ๋ยเคมี และใส่ใกล้บริเวณรากพืชเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
คู่มือดูแล 5 พืชเศรษฐกิจสำคัญ ช่วงฝนทิ้งช่วง 2569
คำแนะนำพิเศษ: กรมส่งเสริมการเกษตรได้คัดกรองแนวทางการดูแลพืชเศรษฐกิจแต่ละชนิด เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปจัดการในไร่นาได้อย่างแม่นยำ ดังนี้
1. ข้าว
- รักษาระดับน้ำในนาให้อยู่ที่ 5–10 เซนติเมตร (เน้นช่วง 80 วันแรกหลังปักดำ) และใส่ปุ๋ยทันทีหลังให้น้ำ
2. อ้อย
- นำใบอ้อยมาคลุมโคนต้น เพื่อลดการคายน้ำ ควบคุมวัชพืช และใส่ปุ๋ยควบคู่ไปกับการให้น้ำ
3. มันสำปะหลัง
- ควรปลูกช่วงต้นฤดูฝน เน้นใส่ปุ๋ยโพแทสเซียมเพื่อช่วยสะสมแป้งในหัว และคลุมดินเพื่อลดการสูญเสียน้ำ
4. พืชผัก
- เลือกใช้ระบบน้ำหยดหรือมินิสปริงเกลอร์ คลุมดินด้วยวัสดุอินทรีย์หรือพลาสติก และแบ่งใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม
5. ไม้ผล
- ช่วงออกดอก-ติดผล ต้องให้น้ำอย่างเพียงพอ
- การจัดการต้น ตัดแต่งกิ่งเพื่อลดการคายน้ำและคลุมโคนต้น
- การใส่ปุ๋ย ระยะบำรุงต้นเน้นไนโตรเจน / ระยะออกดอก-ติดผลเน้นฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม
ในสถานการณ์ที่สภาพภูมิอากาศมีความผันผวนสูง กรมส่งเสริมการเกษตรขอเน้นย้ำให้เกษตรกรทุกคนติดตามข้อมูลพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งวางแผนและปรับแนวทางการผลิตให้สอดคล้องกับสภาพอากาศในพื้นที่ เพื่อรักษาคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร และสร้างความมั่นคงทางรายได้อย่างยั่งยืนตลอดปี 2569 นี้

