ราคาทองวันนี้ (11 มิ.ย. 69) ปิดตลาดดิ่งแรง 1,100 บาท หลุดระดับ 65,000 แล้ว! หลังเจอพิษเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่ง ทำทองโลกทรุด บาทแกว่ง เช็กราคาแท่ง-รูปพรรณด่วน
ราคาทองวันนี้ (11 มิ.ย. 69) ล่าสุด รายงานสถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน หลังสมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองปิดตลาด ครั้งที่ 41 พบว่าราคาปรับตัวลดลง 1,100 บาท จากเมื่อวานนี้ โดยราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 63,950 บาท และทองรูปพรรณขายออกที่ 64,750 บาท ใครที่กำลังวางแผนซื้อขายทองคำ มาเช็กสรุปตารางราคาทองคำวันนี้กันเลย
เช็กราคาทองซื้อ-ขาย ล่าสุด (ประกาศครั้งที่ 41 เวลา 16:59 น.)
จากการประกาศราคาครั้งที่ 41 ซึ่งเป็นราคาปิดตลาดของวันนี้ มีรายละเอียด ทองคำแท่ง และ ทองรูปพรรณ (96.5%) ดังนี้
ราคาทองรูปพรรณ
- รับซื้อ บาทละ 62,474.36 บาท
- ขายออก บาทละ 64,750.00 บาท
ราคาทองคำแท่ง
- รับซื้อ บาทละ 63,750.00 บาท
- ขายออก บาทละ 63,950.00 บาท
ราคาทองคำโลก (Gold Spot)
- อยู่ที่ 4,093.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำและ Gold Spot ทำไมราคาทองดิ่งแรง?
ในช่วงสัปดาห์นี้ ตลาดทองคำเผชิญกับ ความผันผวนอย่างรุนแรง โดยราคา Gold Spot ปรับตัวร่วงลงมาเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 4,100 – 4,165 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งถือเป็นการปรับฐาน (Correction) ครั้งใหญ่จากที่เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All-Time High) ในช่วงต้นปีที่ระดับ 5,589 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำในประเทศหลุดระดับ 66,000 บาท ลงมาเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่บาทละ 63,900 – 65,000 บาท ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนและกดดันราคาทองคำในขณะนี้ ประกอบด้วย 3 ปัจจัยหลัก:
1. ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสูง และทิศทางดอกเบี้ย Fed (Hawkish)
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ประกาศตัวเลขเงินเฟ้อ (CPI) ประจำเดือนพฤษภาคม พุ่งสูงถึง 4.2% ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบหลายปี โดยมีตัวเร่งหลักมาจากราคาพลังงานที่พุ่งกระฉูด ผลกระทบจากเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูงนี้ ทำให้ตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงยาวนานกว่าที่คาด หรืออาจไม่มีการลดดอกเบี้ยเลยในปีนี้ ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Real Yields) และค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น กดดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย
2. มิติใหม่ของสงครามและภาวะ Inflation Shock
แม้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ (เช่น กรณีสหรัฐฯ และความขัดแย้งในตะวันออกกลาง/อิหร่าน) โดยปกติแล้วจะเป็นแรงหนุนต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) แต่ในรอบนี้ ความขัดแย้งกลับกลายเป็นดาบสองคม เนื่องจากส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานโลกพุ่งสูงขึ้นถึง 23.5% จนกลายเป็นตัวเร่งเงินเฟ้อแทน เมื่อเงินเฟ้อพุ่ง ดอกเบี้ยก็ต้องคงสูงตาม แรงกดดันจากการคาดการณ์ดอกเบี้ยจึงมีน้ำหนักมากกว่าแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยชั่วคราว
3. ค่าเงินบาทและการปรับฐานของกองทุนขนาดใหญ่
ทางด้านสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง J.P. Morgan และ Goldman Sachs แม้จะมีการปรับลดเป้าหมายราคาทองคำเฉลี่ยระยะสั้นลงมาบ้างเนื่องจากแรงซื้อของนักลงทุนรายย่อยที่ชะลอตัวลง แต่ภาพรวมเชิงโครงสร้างยังมองว่าเป็นเพียงการปรับฐานระยะสั้น โดยยังคงเป้าหมายปลายปี 2569 ไว้ที่ระดับสูง (กรอบ 5,400 - 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์) ประกอบกับค่าเงินบาทในประเทศที่มีการเคลื่อนไหวผันผวน จึงทำให้ราคาทองไทยในแต่ละวันปรับตัวลงแรงตามกลไกตลาดโลก

