ท่องเที่ยวไทยปี 2569 โตแกร่ง! ต่างชาติแห่เข้าไทยทะลุ 14.5 ล้านคน จีน-มาเลเซียนำโด่ง โกยรายได้สะสมกว่า 7 แสนล้านบาท รัฐปรับแผนสู้ต้นทุนบินแพง
รัฐบาลเผยตัวเลขท่องเที่ยวไทยปี 2569 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ล่าสุดยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 มิถุนายน 2569 พุ่งทะลุ 14.5 ล้านคน สร้างรายได้เข้าประเทศแล้วกว่า 7 แสนล้านบาท โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนยังคงครองแชมป์เดินทางเข้าไทยมากที่สุด
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงสถิติตัวเลขสถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทย ดังนี้
กางสถิติท่องเที่ยวเดือนพฤษภาคม 2569 โกยรายได้ 1.08 แสนล้าน
เฉพาะในช่วงวันที่ 1 - 31 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา สถานการณ์การท่องเที่ยวถือว่ามีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ:
- จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 2.35 ล้านคน (ขยายตัวร้อยละ 3.54 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน)
- รายได้จากการท่องเที่ยว 1.08 แสนล้านบาท (ขยายตัวร้อยละ 12.77 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน)
5 อันดับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสูงสุด (พฤษภาคม 2569)
- มาเลเซีย
- จีน
- อินเดีย
- รัสเซีย
- สิงคโปร์
ยอดสะสมปี 2569 (1 ม.ค. – 7 มิ.ย.) ทะลวงเป้า 14.5 ล้านคน
ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงต้นเดือนมิถุนายน 2569 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาแล้วทั้งหมด 14,515,978 คน สร้างรายได้สะสมสูงถึง 701,358 ล้านบาท เมื่อเจาะลึกกลุ่มตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 อันดับแรกที่มีจำนวนสะสมสูงสุด พบว่าตลาดเอเชียยังคงเป็นกำลังหลัก
- จีน จำนวน 2,386,714 คน
- มาเลเซีย จำนวน 1,839,151 คน
- อินเดีย จำนวน 1,103,945 คน
- รัสเซีย จำนวน 964,670 คน
- เกาหลีใต้ 552,621 คน
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในสัปดาห์ถัดไป ยอดตัวเลขจะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากนักท่องเที่ยวในหลายๆ ประเทศเริ่มกลับมาเดินทางตามแนวโน้มปกติ
รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง ปรับกลยุทธ์ลุยตลาด "ท่องเที่ยวระยะใกล้"
แม้ตัวเลขจะเติบโต แต่รัฐบาลยังคงเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเดินทาง ทั้งในส่วนของตั๋วเครื่องบินและภาคการขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
"ผลกระทบดังกล่าวส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยมีแนวโน้มที่จะลดการเดินทางระยะไกล (Long-haul) และเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายมากขึ้น" นางสาวพลอยทะเล กล่าว
เพื่อแก้เกมดังกล่าว รัฐบาลจึงได้ปรับโครงสร้างและมุ่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) เจาะกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางง่ายและใช้เวลาไม่นาน
- ชูเทรนด์ความยั่งยืน (Sustainability) ปรับโครงสร้างการท่องเที่ยวให้ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- มุ่งเน้นคุณค่าของประสบการณ์ (Experience-based Tourism) สร้างความประทับใจเพื่อดึงดูดการใช้จ่ายและการกลับมาเที่ยวซ้ำ





