วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

จ่ายชาวนาไร่ละ 1,000 ตกหล่น 2.3 แสนครัวเรือน ขึ้นทะเบียนเกษตรกร รอรับเงิน

คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) จ่ออนุมัติงบเพิ่ม 1,846 ล้านบาท ช่วยชาวนาตกหล่นกว่า 2.3 แสนครัวเรือน ไร่ละ 1,000 บาท ชาวเกษตรกร เช็กขั้นตอน “ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569/70” รอรับเงินเยียวยาจากภาครัฐ

เงินเยียวยาเกษตรกรล่าสุด คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) จ่ออนุมัติงบเพิ่ม 1,846 ล้านบาท ช่วยชาวนาตกหล่นกว่า 2.3 แสนครัวเรือน ไร่ละ 1,000 บาท ชาวเกษตรกร เช็กขั้นตอน “ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569/70” รอรับเงินเยียวยาจากภาครัฐ
 

จ่ายชาวนาไร่ละ 1,000 ตกหล่น 2.3 แสนครัวเรือน ขึ้นทะเบียนเกษตรกร รอรับเงิน

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) วันที่ 11 มิถุนายน 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอขอขยายกรอบวงเงินโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 เพื่อดูแลเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์จำนวน 233,729 ครัวเรือน

สำหรับการช่วยเหลือจะจ่ายในอัตราไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 10,000 บาท โดยใช้งบประมาณเพิ่มเติม 1,846.96 ล้านบาท เพื่อให้เกษตรกรที่ตกหล่นได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง

จ่ายชาวนาไร่ละ 1,000 ตกหล่น 2.3 แสนครัวเรือน ขึ้นทะเบียนเกษตรกร รอรับเงิน

นอกจากนี้ ที่ประชุม นบข. ยังเตรียมพิจารณามาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือก ปีการผลิต 2569/70 ประกอบด้วย 4 มาตรการสำคัญ ได้แก่ โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปี โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร การชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก และโครงการประกันภัยข้าวนาปี เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้กับเกษตรกร

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ตลาดข้าวโลกยังส่งผลดีต่อราคาข้าวไทย หลังคาดการณ์ว่าปริมาณผลผลิตลดลง ทำให้ราคาส่งออกข้าวไทยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้าวขาว 5% ของไทย ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 มีราคาอยู่ที่ 478 เหรียญสหรัฐต่อตัน สูงกว่าคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม อินเดีย และปากีสถาน ที่มีราคาเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 342-416 เหรียญสหรัฐต่อตัน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงเดินหน้าผลักดันการส่งออกข้าวให้ได้ตามเป้าหมาย 7 ล้านตันในปี 2569 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการนำเข้าข้าวที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องจากหลายประเทศสำคัญ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ จีน และญี่ปุ่น รวมถึงความต้องการสำรองอาหารเพื่อความมั่นคงในหลายภูมิภาคที่ยังเผชิญสถานการณ์ความขัดแย้งและสงคราม

ขั้นตอน “ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569/70”

1. แจ้งผ่านระบบออนไลน์

เกษตรกรสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง ผ่าน

  • แอปพลิเคชัน Farmbook รองรับทั้ง iOS และ Android
  • ระบบ e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th

ขั้นตอนปรับปรุงทะเบียนผ่านแอป Farmbook

  • ดาวน์โหลดแอป Farmbook
  • เข้าสู่ระบบด้วยเลขทะเบียนเกษตรกร 12 หลัก
  • เลือกเมนู “ปรับปรุงทะเบียน”
  • กดหัวข้อ “แจ้งปลูก”
  • เลือกแปลงเอกสารสิทธิ์
  • เลือกกิจกรรมการแจ้งปลูก
  • กรอกข้อมูลรอบเพาะปลูกปัจจุบัน

2. แจ้งผ่านเจ้าหน้าที่

สามารถติดต่อได้ที่

  • สำนักงานเกษตรอำเภอ
  • องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  • ศูนย์พิรุณราช
  • ผู้นำชุมชน
  • อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.)

เอกสารที่ต้องใช้ “ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569/70”

กรณีติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ ต้องเตรียม

  • บัตรประชาชนตัวจริง
  • สำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน
  • กรณีเกษตรกรรายใหม่ หรือเพิ่มแปลงใหม่ ต้องมีหลักฐานการใช้ที่ดินเพิ่มเติม
  • ระยะเวลาแจ้งขึ้นทะเบียน
  • ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลังโรงงาน แจ้งหลังเพาะปลูก 15–60 วัน
  • พืชไร่ แจ้งหลังเพาะปลูก 15–30 วัน
  • ไม้ผลและไม้ยืนต้น แจ้งได้ตลอดทั้งปี

กรมส่งเสริมการเกษตรย้ำว่า หากเกษตรกรไม่ปรับปรุงข้อมูลทะเบียนติดต่อกัน 3 ปี สถานะในระบบจะสิ้นสุดทันที ซึ่งอาจทำให้เสียสิทธิ์รับเงินเยียวยาและพลาดเข้าร่วมโครงการช่วยเหลือต่าง ๆ ของภาครัฐ