วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

'ไข้มาลาเรีย' ปี 69 พุ่ง 5 พันราย กรมควบคุมโรค ย้ำชัดไม่ล็อกดาวน์

กรมควบคุมโรค เผย ยอผู้ป่วยไข้มาลาเรียล่าสุดปี 69 พุ่งทะลุ 5,000 ราย ระบาดหนัก 8 จังหวัดชายแดนตะวันตก สยบข่าวลือย้ำชัดยังไม่มีการล็อกดาวน์พื้นที่ ชวนเช็กอาการด่วน!

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกแถลงการณ์รายงานสถานการณ์ "ไข้มาลาเรีย" ในประเทศไทย ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 10 มิถุนายน 2569 พบ ผู้ป่วยสะสม แล้วกว่า 5,126 ราย เสียชีวิต 1 ราย เผยพื้นที่ชายแดนฝั่งตะวันตกยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญ พร้อมสยบข่าวลือ ยืนยัน "ยังไม่มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) พื้นที่ใดในประเทศ"

สถานการณ์โรคไข้มาลาเรียในประเทศไทย (ข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569)

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยข้อมูลจากระบบมาลาเรียออนไลน์ พบว่ากลุ่มเสี่ยงและพื้นที่ระบาดส่วนใหญ่ มีลักษณะ ดังนี้

  • กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด วัยทำงาน ช่วงอายุ 25 – 44 ปี โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
  • ชนิดเชื้อที่พบส่วนใหญ่ เชื้อโปรโตซัวกลุ่มพลาสโมเดียม ชนิด Plasmodium vivax
  • พื้นที่ระบาดชุกชุม บริเวณชายแดนฝั่งตะวันตก ได้แก่ จังหวัดตาก, กาญจนบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ระนอง, ชุมพร, แม่ฮ่องสอน, ราชบุรี และเพชรบุรี (พบได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามา)

เช็กอาการ "โรคไข้มาลาเรีย" ที่ต้องเฝ้าระวัง

โรคติดต่อชนิดนี้มียุงก้นปล่องเพศเมีย เป็นพาหะนำโรค โดยหลังจากถูกกัด ผู้ป่วยมักจะมีอาการแสดงที่สังเกตได้ ดังนี้

  • มีไข้สูง หนาวสั่น
  • ปวดศีรษะ รุนแรง
  • อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • มีอาการไข้ขึ้นเป็นระยะ

ข้อควรระวัง : หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่าง เด็กเล็ก, หญิงตั้งครรภ์, ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว

5 วิธีป้องกันโรคไข้มาลาเรีย เมื่อต้องเข้าพื้นที่เสี่ยง

ด้านนายแพทย์นิติ เหตานุรักษ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ย้ำว่า โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้หากได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็ว เนื่องจากมียารักษาเฉพาะ สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากยุงก้นปล่องได้ด้วย 5 วิธีป้องกันไข้มาลาเรีย ดังนี้

  • สวมเสื้อผ้าให้มิดชิด : สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เมื่อต้องเข้าไปในป่าหรือพื้นที่เสี่ยง
  • ทายากันยุง : บริเวณผิวหนังสัดส่วนที่อยู่นอกร่มผ้า
  • นอนในมุ้งเสมอ : ควรนอนในมุ้งหรือมุ้งชุบสารเคมีทุกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อต้องค้างคืนในป่าหรือพื้นที่ระบาด
  • หลีกเลี่ยงช่วงเวลาชุกชุม : หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มียุงหนาแน่นในช่วงพลบค่ำจนถึงรุ่งเชส้า
  • ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ : ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการควบคุมและป้องกันโรคในชุมชน

มาตรการ "1-3-7" ของกรมควบคุมโรค

เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคในชุมชน กรมควบคุมโรคได้กำชับให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ดำเนินมาตรการเชิงรุกอย่างเคร่งครัดตามหลัก 1-3-7 คือ

  • 1 วัน : รายงานผู้ป่วยรายใหม่ภายใน 1 วัน
  • 3 วัน : ดำเนินการสอบสวนโรคภายใน 3 วัน
  • 7 วัน : ลงพื้นที่ควบคุมโรคภายใน 7 วัน หลังพบผู้ป่วย

หากคุณหรือคนใกล้ชิดเพิ่งเดินทางกลับจากพื้นที่ป่าหรือพื้นที่เสี่ยง แล้วมีอาการไข้สูง หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์ทันทีพร้อมแจ้งประวัติการเดินทาง หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422