อยู่ไม่ไหวแล้ว! สธ. เตือนภัยมนุษย์ออฟฟิศ-สายโต้รุ่ง ส่องมือถือก่อนนอน ตอนกลางคืน ระวังพังทั้งระบบ “รับแสงสีฟ้า” เสี่ยงอ้วนลงพุง เป็นโรคอ้วน หลงลืม อัลไซเมอร์ถามหา
เกาะติดกระแส “แสงสีฟ้าทำลายสุขภาพ” อยู่ไม่ไหวแล้ว! เตือนภัยเงียบมนุษย์ออฟฟิศ-สายโต้รุ่ง ส่องมือถือก่อนนอนระวังพังทั้งระบบ ชี้ “รับแสงสีฟ้า” ตัวการร้ายทำลายสมอง ยับยั้งเมลาโทนิน เสี่ยงอ้วนลงพุง เป็นโรคอ้วน - หลงลืม อัลไซเมอร์ถามหา ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ สธ. ยันเป็นเรื่องจริง
ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลล่าสุดจาก โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หลังพบหลักฐานเชิงลึกชี้ชัด "การรับแสงสีฟ้า (Blue Light) จากหน้าจอมือถือและคอมพิวเตอร์ในช่วงกลางคืน" ส่งผลกระทบต่อนอนหลับโดยตรง และเป็นชนวนเหตุสำคัญที่นำไปสู่ โรคอ้วน และ โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s disease) เนื่องจากแสงสีฟ้าเข้าไปขัดขวางการทำงานของนาฬิกาชีวภาพ และยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินอย่างรุนแรง
เปิดกลไกวิกฤต แสงสีฟ้าทำลาย “เมลาโทนิน” ต้นเหตุอ้วนลงพุง
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า สารเมลาโทนิน (Melatonin) คือฮอร์โมนสำคัญที่ทำหน้าที่บอกเวลาของร่างกายและควบคุมนาฬิกาชีวภาพ (Circadian Rhythm) ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกง่วงนอนและลดระดับความตื่นตัวลงเมื่อเข้าสู่ช่วงเวลากลางคืน
แต่เมื่อเราหยิบมือถือขึ้นมาไถฟีด หรือเปิดทีวีดูซีรีส์ก่อนนอน เซลล์ในสมองจะถูกกระตุ้นด้วยแสงสีฟ้าทันที ส่งผลให้เกิดกระบวนการวิกฤตดังนี้
- สมองถูกหลอก: สมองส่วนกลางเข้าใจผิดว่าเป็นเวลากลางวัน
- หยุดหลั่งฮอร์โมน: การหลั่งสารเมลาโทนินถูกยับยั้งอย่างเฉียบพลัน
- ระบบเผาผลาญพัง: นาฬิกาชีวภาพรวน (Circadian Rhythm Disruption) ส่งผลต่อระบบการเผาผลาญพลังงาน (Metabolism) ในร่างกายทำงานผิดปกติ จนนำไปสู่ภาวะโรคอ้วน ในที่สุด
ข้อควรระวัง การอดนอนหรือนอนหลับไม่สนิทจากแสงสีฟ้า ไม่เพียงแต่ทำให้อ้วนง่ายขึ้น แต่ยังขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูสมองในระยะยาวอีกด้วย
สะเทือนสมองระยะยาว แพทย์ชี้เสี่ยงเสื่อมเป็น "อัลไซเมอร์"
ผลงานวิจัยและหลักฐานทางการแพทย์ล่าสุดยังระบุว่า การได้รับแสงสีฟ้า ( blue light ) ในช่วงเวลากลางคืนอาจเกี่ยวข้องกับ Alzheimer’s disease และโรคอ้วนมากกว่าการที่จะเป็นสาเหตุโดยตรง โดยผ่านกลไกสำคัญคือการที่เซลล์ในสมองถูกกระตุ้นอันมีผลทำให้เกิดการยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน ทำให้มีการรบกวน Circadian Rhythm มีผลต่อการนอนหลับผิดปกติ และส่งผลต่อการเผาผลาญพลังงานและการทำงานของสมอง มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วนและการฟื้นฟูสมองในระยะยาว
วิธีป้องกันตัวเองจากภัยแสงสีฟ้า (Blue Light Tracking)
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอก่อนนอนไม่ได้ แนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทันทีเพื่อเซฟร่างกายตัวเอง
- งดใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
- เปิดโหมดกลางคืน (Night Mode) ปรับหน้าจอให้เป็นโทนอุ่นเพื่อลดความเข้มของแสงสีฟ้า
- ใช้แว่นกรองแสงสีฟ้า หากจำเป็นต้องทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ในช่วงกลางคืน
- ปรับบรรยากาศห้องนอน ควรปิดไฟให้มืดสนิท เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งเมลาโทนินตามธรรมชาติ
อ้างอิง-ภาพ : โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข , ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม

