3 กลุ่มหลัก เงินเข้าแล้ว 1,000 บาทสูงสุด กรมบัญชีกลาง โอนแล้ว รัฐจ่ายล่าสุด เงินผู้สูงอายุ เงินคนพิการ เงินอุดหนุนบุตร เงินเด็ก ให้กลุ่มเปราะบาง ได้ใช้จ่ายระหว่างเดือน
คลัง จับมือ พม. ลุยโอนเงินเยียวยากลุ่มเปราะบางแล้ววันนี้ โดยได้ทำการโอนแล้วให้ 3 กลุ่มหลัก เงินเข้าแล้ว 1,000 บาทสูงสุด รัฐจ่ายล่าสุด เงินผู้สูงอายุ เงินคนพิการ เงินอุดหนุนบุตร เงินเด็ก ให้ทุกคนได้ใช้จ่ายระหว่างเดือน
พร้อมแนะวิธีเช็กเงินเข้าผ่านมือถือได้ตลอด 24 ชั่วโมง และเปิดปฏิทินการจ่ายเงินยาวจนถึงสิ้นปีงบประมาณ ใครมีสิทธิรีบปรับสมุดด่วน
กรมบัญชีกลาง กดปุ่มโอนเงินงวดล่าสุด 10 มิถุนายน 2569
กลางสัปดาห์วันนี้ วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยืนยันการโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศแล้ว
ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ การจ่ายเงินช่วยเหลือดังกล่าวจะถูกโอนเข้าบัญชีในวันที่ 10 ของทุกเดือนเป็นรอบปกติ แต่หากเดือนใดที่วันที่ 10 ตรงกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระบบจะทำการเลื่อนวันโอนเงินขึ้นมาเป็น "วันทำการก่อนหน้าเสมอ" เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางมีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายได้ทันท่วงที โดยไม่มีการล่าช้า
เปิดยอดเงินโอน 3 กลุ่มหลัก ใครได้เท่าไหร่? เช็กสิทธิรับเงินสูงสุด 1,000 บาท
สำหรับเม็ดเงินที่โอนเข้าในงวดวันที่ 10 มิ.ย. 69 นี้ ประชาชนแต่ละกลุ่มจะได้รับวงเงินช่วยเหลือแตกต่างกันออกไปตามเกณฑ์อายุและเงื่อนไข โดยมีรายละเอียดที่ต้องเช็กดังต่อไปนี้
1. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 2569 (จ่ายตามช่วงอายุ)
- อายุ 60-69 ปี: รับ 600 บาท/เดือน
- อายุ 70-79 ปี: รับ 700 บาท/เดือน
- อายุ 80-89 ปี: รับ 800 บาท/เดือน
- อายุ 90 ปีขึ้นไป: รับสูงสุด 1,000 บาท/เดือน
2. เงินอุดหนุนบุตร (เงินเด็กแรกเกิด)
- รับเงิน 600 บาท/เดือน
เงื่อนไขคือ เด็กต้องมีอายุตั้งแต่แรกเกิด - 6 ปีบริบูรณ์ และครอบครัวต้องมีรายได้เฉลี่ยไม่เกิน 100,000 บาท/คน/ปี
3. เบี้ยความพิการ (รับสูงสุด 1,000 บาท)
- อายุต่ำกว่า 18 ปี: รับ 1,000 บาท/เดือน
- อายุ 18 ปีขึ้นไป: รับ 800 บาท/เดือน
สิทธิพิเศษเพิ่มเติม หากผู้พิการท่านใดที่มี "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" (บัตรคนจน) จะได้รับเงินพิเศษบวกเพิ่มอีก 200 บาท/เดือน โดยเงินส่วนนี้จะโอนแยกเข้าบัญชีในวันที่ 19 ของเดือน
กางให้ดูชัดๆ ปฏิทินจ่ายเงินกลุ่มเปราะบางปี 2569 วางแผนใช้จ่ายล่วงหน้าได้เลย
เพื่อให้พ่อแม่พี่น้อง และผู้สูงอายุสามารถวางแผนการเงินในครัวเรือนได้อย่างแม่นยำ ไม่สะดุด สามารถตรวจสอบวันโอนเงินในรอบเดือนถัดๆ ไปจนถึงสิ้นปีงบประมาณ 2569 ได้ดังนี้
- เดือนมิถุนายน 2569 รอโอน 10 มิถุนายน 2569
- เดือนกรกฎาคม 2569 รอโอน 10 กรกฎาคม 2569
- เดือนสิงหาคม 2569 รอโอน 10 สิงหาคม 2569
- เดือนกันยายน 2569 รอโอน 10 กันยายน 2569
ช่องทางเช็กเงินเข้า 24 ชั่วโมง ไม่ต้องไปธนาคารให้เสียเวลา
หากใครที่ยังไม่มั่นใจว่าสิทธิของตนเองในเดือนนี้เรียบร้อยดีหรือไม่ หรือเงินโอนเข้าบัญชีธนาคารแล้วหรือยัง สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ด้วยตัวเองผ่านสมาร์ทโฟนตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเดินทางไปปรับสมุดที่ธนาคาร
- แอปพลิเคชัน "เงินเด็ก" (สำหรับเงินอุดหนุนบุตร)
- แอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" (เช็กสิทธิสวัสดิการภาครัฐรวม)
- เว็บไซต์กรมกิจการเด็กและเยาวชน
หากตรวจสอบแล้วพบปัญหา "เงินไม่เข้าบัญชี" หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเกณฑ์การรับเงินเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ สายด่วน พม. โทร. 1300 หรือติดต่อที่องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) / สำนักงานเทศบาล ในพื้นที่ที่ท่านได้ลงทะเบียนเอาไว้ ได้ในวันและเวลาราชการ
3 เทคนิค "เงินเข้าปุ๊บ วางแผนปั๊บ" บริหารเงินหมุนเวียนระหว่างเดือน
สำหรับวัยเก๋า ผู้พิการ และครอบครัว ที่ได้รับเงินช่วยเหลือในรอบนี้ เพื่อให้เงินก้อนนี้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีใช้จ่ายสบายๆ ไปตลอดทั้งเดือน ลองนำ 3 เทคนิคง่ายๆ นี้ไปปรับใช้กัน
แบ่งสัดส่วน "ออมก่อนใช้"
เมื่อเงินโอนเข้าบัญชีแล้ว ให้แบ่งเงินออกเป็น 2 ส่วนทันที ส่วนแรกคือ "เงินจำเป็น" สำหรับค่ายา ค่าอาหาร และค่าส่วนกลางในบ้าน และส่วนที่สองคือ "เงินสำรอง" แยกเก็บไว้เล็กๆ น้อยๆ เผื่อกรณีฉุกเฉินยามเจ็บไข้ได้ป่วย
จดรับ-จ่าย ไม่ยากอย่างที่คิด
ลองหาประดารหรือสมุดเล่มเล็กๆ สักเล่ม ไว้จดเฉพาะรายจ่ายก้อนใหญ่ๆ ในแต่ละวัน การจดจะช่วยให้ผู้สูงอายุเห็นภาพชัดเจนว่าเงินเราหมดไปกับส่วนไหนมากที่สุด และควรปรับลดตรงไหนในเดือนถัดไป
ใช้สิทธิสวัสดิการให้คุ้มค่า
ควบคู่ไปกับการใช้เงินสด ควรตรวจสอบสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่รัฐจัดให้ เช่น การใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค หรือการใช้สิทธิรักษาพยาบาลฟรี (สิทธิบัตรทอง/ประกันสังคม) เพื่อช่วยลดภาระการควักเงินสดออกจากกระเป๋าโดยไม่จำเป็น
"กรุงเทพธุรกิจ" บอกเลยทุกคนจำให้ขึ้นใจ "เงินมา...แบ่งออมก่อนใช้ จดรายจ่ายทุกวัน ใช้สิทธิรัฐให้คุ้ม" เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ผู้สูงอายุและครอบครัวมีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายได้อย่างอุ่นใจ ไม่มีสะดุดตลอดทั้งเดือนแน่นอน

