วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569

Login
Login

3 จังหวัดใต้เฮ! สทนช. ทุ่มงบ 6 หมื่นล้าน แก้น้ำท่วม 5.5 แสนไร่

3 จังหวัดใต้เฮ! สทนช. ทุ่มงบ 6 หมื่นล้าน แก้น้ำท่วม 5.5 แสนไร่

สทนช. เดินหน้าแผนแก้น้ำท่วมยั่งยืน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เคาะงบ 5.7 หมื่นล้าน ลุย 859 โครงการ ปรับโครงสร้างรับมือเอลนีโญและพายุปีนี้

สทนช. เดินหน้าขับเคลื่อนแผนแม่บทแก้วิกฤตน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี นราธิวาส) เคาะงบประมาณรวมกว่า 57,789 ล้านบาท ลุย 859 โครงการ ครอบคลุมตั้งแต่ระยะเร่งด่วนไปจนถึงระยะยาว ตั้งเป้าปกป้องพื้นที่ทำกินและชุมชนได้มากกว่า 5.5 แสนไร่ พร้อมปรับโครงสร้างศูนย์บัญชาการรับมือเอลนีโญและพายุหมุนเขตร้อนปีนี้

เปิดความท้าทาย : ทำไม 3 จังหวัดชายแดนใต้เจอน้ำท่วมซ้ำซาก?

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนงานการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ครั้งที่ 2/2569 ร่วมกับ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จากการถอดบทเรียนวิกฤตอุทกภัยในช่วงปี 2566-2568 พบว่าข้อจำกัดสำคัญที่ทำให้พื้นที่นราธิวาส ปัตตานี และยะลา เผชิญน้ำท่วมซ้ำซากในช่วงเดือนตุลาคมถึงมกราคมของทุกปี เกิดจากปัจจัยหลักดังนี้:

  • สภาพภูมิประเทศ เป็นภูเขาสูงสลับพื้นที่ลุ่มต่ำ ทำให้น้ำหลากลงสู่ที่ต่ำอย่างรวดเร็ว
  • สภาพอากาศ ปริมาณฝนสะสมสูงกว่าค่าปกติ
  • ระบบระบายน้ำมีอุปสรรค ปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง และลำน้ำตื้นเขินจากตะกอนดิน

สทนช. จึงได้บูรณาการข้อมูลร่วมกับกว่า 30 หน่วยงาน เพื่อจัดทำ (ร่าง) แผนงานการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ รวมถึงคู่มือปฏิบัติงานสำหรับเจ้าหน้าที่และประชาชน เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบใน 3 ด้านหลัก คือ ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ด้านเทคนิคการพยากรณ์ และด้านการบริหารจัดการ/ผังเมือง

กางแผน 4 ระยะ 859 โครงการ งบ 5.7 หมื่นล้านบาท

แผนการดำเนินงานดังกล่าวได้รับการจัดสรรงบประมาณรวม 57,789.78 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 859 โครงการ โดยตั้งเป้าหมายช่วยพื้นที่ให้ได้รับการป้องกันน้ำท่วมรวม 551,063 ไร่ ซึ่งแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะเร่งด่วน (ปี 2569-2570) จำนวน 568 โครงการ มุ่งเน้นโครงการขนาดเล็กที่มีความพร้อม ซ่อมแซมและเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเดิม สามารถป้องกันพื้นที่น้ำท่วมได้ 339,988 ไร่
  • ระยะสั้น (ปี 2571-2572) จำนวน 227 โครงการ ขยายผลการปรับปรุงระบบระบายน้ำและป้องกันตลิ่ง สามารป้องกันพื้นที่น้ำท่วม 68,575 ไร่ 
  • ระยะกลาง (ปี 2573-2575) จำนวน 52 โครงการ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อเตรียมโครงสร้างพื้นฐานรองรับอนาคต สามารถป้องกันพื้นที่น้ำท่วม 24,764 ไร่
  • ระยะยาว (ปี 2576 ขึ้นไป) จำนวน 12 โครงการ เน้นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เช่น คลองผันน้ำ และอ่างเก็บน้ำ สามารถป้องกันพื้นที่น้ำท่วมได้ 117,741 ไร่ 

เจาะลึกโครงการเร่งด่วนปี 2569-2570 มีอะไรบ้าง?

สำหรับในระยะเร่งด่วนนี้ สทนช. ได้ขับเคลื่อนโครงการที่มีความพร้อมใช้งานทันทีเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้เร็วที่สุด ตัวอย่างโครงการสำคัญ อาทิ:

จ.ยะลา โครงการขุดลอกบึงแบเมาะ ต.สะเตง อ.เมืองยะลา

จ.นราธิวาส ปรับปรุงอาคารป้องกันตลิ่งบริเวณ ปตร.ปลายคลองระบายน้ำพรุบาเจาะสายใหญ่ (โครงการพระราชดำริ พรุบาเจาะ–ไม้แก่น) ต.โคกเคียน อ.เมืองนราธิวาส

  • ก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองยะกังตอนล่าง ต.ลำภู อ.เมืองนราธิวาส
  • ก่อสร้างระบบระบายน้ำหลักเพื่อบรรเทาน้ำท่วมชุมชนสุไหงโก-ลก
  • ก่อสร้างพนังกั้นน้ำแม่น้ำโก-ลก ฝั่งซ้าย (กม.0+990 ถึง กม.2+135) ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก

สทนช. เสนอป้อนข้อมูล 2 ระดับ รับมือเอลนีโญและพายุปีนี้

นอกเหนือจากแผนระยะยาวแล้ว สทนช. ยังได้ประเมินสถานการณ์สภาพอากาศในปีนี้ ซึ่งประเทศไทยมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบจาก สภาวะเอลนีโญ ส่งผลให้ปริมาณฝนรวมมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติ และอาจเกิดภัยแล้งหรือฝนทิ้งช่วงในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม คาดว่ายังคงมี พายุหมุนเขตร้อน เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 1-2 ลูก

แนวทางจัดตั้งศูนย์บัญชาการน้ำแบบบูรณาการ

เพื่อให้การบริหารจัดการภัยพิบัติเป็นไปอย่างคล่องตัว สทนช. ได้เสนอแนวทางเชื่อมโยงอำนาจหน้าที่ระหว่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 โดยแบ่งโครงสร้างการทำงานเป็น 2 ระดับ:

  1. กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.)
  2. ศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ

ศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่วิเคราะห์และสนับสนุนข้อมูลสถานการณ์น้ำให้แก่ กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อให้เกิดการสั่งการที่รวดเร็ว มีเอกภาพ ยกระดับการแจ้งเตือนภัยให้แม่นยำ และลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่ให้ได้มากที่สุด