วันอาทิตย์ ที่ 26 กรกฎาคม 2569

Login
Login

ไขความลับสุดทึ่ง ‘ดวงตาเมืองไทย’ เกาะมหัศจรรย์หมุนเองได้

เฉลยแล้ว! GISTDA ใช้เทคโนโลยี LiDAR ไขปริศนา ‘ดวงตาเมืองไทย’ ที่ปทุมธานี เผยเป็นเกาะวัชพืชลอยน้ำหมุนเองได้ ทึ่งธรรมชาติสร้างวงกลมสุดสมบูรณ์แบบ

กลายเป็นกระแสฮือฮาในโลกออนไลน์เมื่อมีการเผยแพร่ภาพลวดลายวงกลมปริศนาที่มีสีสันแปลกตา ราวกับงานศิลปะกลางผืนป่า ล่าสุด GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ) ได้นำเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง LiDAR เข้าไปช่วยไขความลับของธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในจังหวัดปทุมธานี หรือที่เรียกกันว่า "ดวงตาเมืองไทย" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

LiDAR คืออะไร? เทคโนโลยีทะลวงม่านใบไม้ เผยสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็น

ในพื้นที่ชุ่มน้ำของจังหวัดปทุมธานีที่เต็มไปด้วยวัชพืชและต้นไม้หนาทึบ หากมองจากภาพถ่ายดาวเทียมหรือภาพถ่ายทางอากาศทั่วไป จะเห็นเพียงผืนป่าสีเขียวขจีที่กลมกลืนกันไปหมด แต่ GISTDA ได้ใช้เทคโนโลยี LiDAR (Light Detection and Ranging) ร่วมกับอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในการสำรวจ

ไขความลับสุดทึ่ง ‘ดวงตาเมืองไทย’ เกาะมหัศจรรย์หมุนเองได้

หลักการทำงานของ LiDAR คือการยิงแสงเลเซอร์ลงมายังพื้นผิวโลก แล้ววัดระยะเวลาที่แสงสะท้อนกลับไปที่ตัวรับสัญญาณ ทำให้สามารถคำนวณ "ความสูง" และ "ระยะทาง" ได้อย่างแม่นยำในระดับเซนติเมตร ทะลุทะลวงผ่านพุ่มไม้ลงไปจนเห็นลักษณะทางกายภาพของพื้นดินเบื้องล่าง

เมื่อนำข้อมูลจุดพิกัด (Point Cloud) มาประมวลผลเป็นแผนที่ความสูง 3 มิติ โดยใช้ "สี" เป็นตัวกำหนดระดับความสูง จะทำให้เห็นโครงสร้างเด่นชัด ดังนี้

  • สีเขียว เหลือง และส้ม แทนระดับความสูงของยอดไม้หรือพุ่มพงหนาแน่น
  • สีฟ้าและน้ำเงิน แทนระดับพื้นผิวดินหรือพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • รอยแยกสีดำรูปวงพระจันทร์ (ร่องน้ำ) เกิดจากข้อจำกัดที่แสงเลเซอร์ของ LiDAR ไม่สามารถสแกนทะลุผิวน้ำได้ จึงปรากฏเป็นสีดำชัดเจน

ไขความลับสุดทึ่ง ‘ดวงตาเมืองไทย’ เกาะมหัศจรรย์หมุนเองได้

จากรอยขุดดินในอดีต สู่ "เกาะวัชพืชลอยน้ำหมุนได้" (Rotating Floating Island)

ในตอนแรกมีการสันนิษฐานว่า วงกลมปริศนานี้อาจเป็นร่องรอยของการจัดการที่ดินหรือการขุดดินไปใช้ประโยชน์ในอดีตแล้วถูกปล่อยร้างจนเกิดวัชพืชปกคลุม แต่หลังจากที่ภาพสแกน LiDAR เผยให้เห็นร่องรอยการแยกตัวของขอบวงกลมอย่างชัดเจน ทีมงานจึงได้ลงพื้นที่จริงเพื่อบินโดรนสำรวจเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา และพบความจริงอันน่าทึ่ง

พื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 100 เมตรนี้ แท้จริงแล้วคือ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า "เกาะวัชพืชลอยน้ำที่หมุนได้" (Rotating Floating Island) ซึ่งมีกระบวนการเกิด ดังนี้

  1. การสะสมตัว แพวัชพืชและดินเกิดการสะสมตัวหนาแน่นจนขาดออกจากฝั่ง และลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำ
  2. แรงขับเคลื่อนจากธรรมชาติ เมื่อวัชพืชโตขึ้น ขยายพันธุ์จนเกาะตัวกันแน่น ผนวกกับมีกระแสลมพัดผ่านตลอดเวลา ทำให้เกาะแห่งนี้ "หมุนรอบตัวเอง" อย่างช้าๆ
  3. เครื่องกลึงธรรมชาติ การหมุนและเสียดสีกับตลิ่งรอบนอกนับครั้งไม่ถ้วน ทำหน้าที่เหมือนเครื่องกลึงที่ค่อยๆ ขัดเกลาให้ขอบเกาะและแอ่งน้ำรอบๆ กลายเป็นรูปทรง "วงกลมเกือบสมบูรณ์แบบ"

เทคโนโลยีอวกาศ "ดวงตา" คู่ใหม่ในการเข้าใจธรรมชาติ

ภาพถ่ายจากเทคโนโลยี LiDAR ของ GISTDA ในครั้งนี้ เป็นสิ่งยืนยันชั้นดีว่า เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศไม่ได้มีประโยชน์แค่การวางผังเมือง การสำรวจสิ่งปลูกสร้าง หรือการเฝ้าระวังป่าไม้เท่านั้น แต่ยังเป็น "ดวงตา" สำคัญที่ช่วยให้มนุษย์มองทะลุข้อจำกัด เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ซ่อนเร้นอยู่ได้อย่างแม่นยำและสมบูรณ์แบบ

ไขความลับสุดทึ่ง ‘ดวงตาเมืองไทย’ เกาะมหัศจรรย์หมุนเองได้