เช็กเงื่อนไข ตัดสิทธิ์เงินช่วยเหลือชาวนา มาตรการเยียวยาเกษตรกร หากไม่ตรวจสอบสถานะ ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569/2570 ย้ำสิทธิ์หาย ไม่ปรับปรุงข้อมูล 3 ปี รมช.เกษตร เตือนแล้ว
อย่าชะล่าใจ! เกษตรกร-ชาวนาทั่วประเทศเสี่ยง "โดนตัดสิทธิ์" คัดรายชื่อออกจากระบบ เงินช่วยเหลือชาวนา รวมมาตรการเยียวยาเกษตรกร จากภาครัฐยกแผง หากละเลยไม่เร่งตรวจสอบสถานะ ขึ้นทะเบียนเกษตรกรประจำปี 2569/2570 ล่าสุด "ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช" รมช.เกษตรฯ ออกโรงเตือนเข้ม "ไม่ปรับปรุงข้อมูล 3 ปี ระวังสิทธิ์หายถาวร" พร้อมแนะวิธีเช็กสถานะและช่องทางขึ้นทะเบียนใหม่แบบง่ายๆ ผ่านระบบออนไลน์ ป้องกันการเสียสิทธิ์จากโครงการรัฐที่ท่านควรได้รับ
"ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งผลักดันให้เกษตรกรทั่วประเทศดำเนินการ "ขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร" เพื่อรับรองสิทธิ์ในการเข้าถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐประจำปี 2569/2570 ซึ่งถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรไม่พลาดโอกาสสำคัญในการรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ
ทำไมต้องขึ้นทะเบียน? เช็กสิทธิ์ที่เกษตรกรจะได้รับ
การขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่ใช่แค่การลงชื่อ แต่คือการ "รักษาสิทธิ์" ของตัวท่านเอง เพื่อให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลในการวางแผนพัฒนาและส่งเสริมภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ โดยประโยชน์ที่ได้รับมีดังนี้
- สิทธิ์รับเงินช่วยเหลือและเยียวยา: เป็นฐานข้อมูลหลักในการจ่ายเงินชดเชยเมื่อเกิดภัยพิบัติด้านพืช
- สิทธิ์โครงการภาครัฐ: เช่น โครงการประกันภัยพืชผล และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคเกษตร
- ความสะดวกผ่าน e-Service: เข้าถึงบริการภาครัฐได้รวดเร็วทันใจ
- โอกาสจากเอกชน: เปิดช่องทางรับการสนับสนุน เช่น ส่วนลดค่าขนส่งสินค้าเกษตร หรือแคมเปญสนับสนุนจากบริษัทเอกชน
กฎเหล็กที่ต้องจำ "ไม่ปรับปรุง 3 ปี สิทธิ์หายถาวร"
กระทรวงเกษตรฯ ออกคำเตือนย้ำชัด หากเกษตรกรละเลย ไม่มาปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี สถานะของท่านในระบบจะสิ้นสุดลงทันที ส่งผลให้เสียสิทธิ์ในการรับเงินช่วยเหลือหรือโครงการสนับสนุนต่างๆ จากภาครัฐโดยไม่สามารถเรียกร้องได้
ย้ำ การขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น หากพบการเรียกเก็บเงินจากบุคคลแอบอ้าง ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือข้อมูลบัญชีธนาคารเด็ดขาด
วิธีขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ปี 2569/2570
สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสิทธิ์ หรือเกษตรกรรายใหม่ สามารถดำเนินการได้ผ่านช่องทางดังนี้
1. ช่องทางออนไลน์ (สะดวก รวดเร็ว)
- กรณีรายเดิม/แปลงเดิม: สามารถทำผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook หรือเว็บไซต์ efarmer.doae.go.th (ระบบ e-Form)
- กรณีรายใหม่/เพิ่มแปลง: ดำเนินการผ่านระบบ e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th
2. ช่องทางติดต่อเจ้าหน้าที่
- รายเดิม: แจ้งผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน หรือ อกม. เพื่อรวบรวมเอกสารส่งสำนักงานเกษตรอำเภอ
- รายใหม่/เพิ่มแปลง: ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานเกษตรอำเภอที่ตั้งแปลงปลูก หรือจุดนัดหมายที่กำหนด
หลักฐานที่ต้องเตรียม (กรณีไปที่สำนักงาน)
- แบบคำร้องทะเบียนเกษตรกร (ทบก.01)
- บัตรประจำตัวประชาชน (ตัวจริง)
- หลักฐานการใช้ที่ดิน
ระยะเวลาที่ต้องแจ้งเพื่อรักษาสิทธิ์
เพื่อให้ข้อมูลเป็นปัจจุบัน เกษตรกรควรแจ้งขึ้นทะเบียนตามกรอบเวลา ดังนี้
- พืชผัก/พืชอายุสั้น: แจ้งหลังเพาะปลูก 15 วัน
- ข้าว, ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์, มันสำปะหลัง: แจ้งหลังเพาะปลูก 15 – 60 วัน
- พืชไร่อื่นๆ: แจ้งหลังเพาะปลูก 15 วัน ถึงก่อนเก็บเกี่ยว 30 วัน
- ไม้ผล/ไม้ยืนต้น: แจ้งหลังเพาะปลูก 30 วัน (ปรับปรุงข้อมูลได้ตลอดปี)
เตือนเกษตรกรแจ้งข้อมูลเท็จ มีโทษตามกฎหมาย
โปรดระวังการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จ เพราะมีความผิดตามกฎหมายอาญา ทั้งมาตรา 137 (จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) และมาตรา 267 (จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลของท่านให้เป็นปัจจุบัน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการรับสิทธิ์จากภาครัฐประจำปี 2569/2570 หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้านโดยตรง

