รัฐบาลเคาะปรับขึ้นค่าจ้าง พกส. - ลูกจ้าง สธ. ขั้นต่ำ 10,520 บาท/เดือน ดีเดย์ 1 ต.ค. 69 พร้อมชงคลังขอเพิ่มกรอบกำลังพลอีก 9.3 หมื่นอัตรา
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรทางการแพทย์ ล่าสุดประกาศปรับโครงสร้างบัญชีค่าจ้างใหม่สำหรับ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) และ ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน ทั่วประเทศ สตาร์ตขั้นต่ำ 10,520 บาทต่อเดือน เริ่มบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569 นี้ พร้อมเล็งเพิ่มกรอบอัตรากำลังพลอีกกว่า 93,000 อัตรา เพื่อสร้างความมั่นคงในอาชีพ
ดีเดย์ 1 ต.ค.2569 ปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่ สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนาคุณภาพชีวิต และความมั่นคงในการทำงานของบุคลากรภาครัฐ โดยเฉพาะบุคลากรด้านสาธารณสุขที่เป็นกำลังสำคัญในการดูแลสุขภาพของประชาชน
สธ. เคาะโครงสร้างค่าจ้างใหม่ พกส. - ลูกจ้างชั่วคราว เริ่มต้น 10,520 บาท
นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงความคืบหน้าการปรับโครงสร้างค่าจ้างของบุคลากรสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า หลังจากกระทรวงการคลังได้ให้ความเห็นชอบโครงสร้างบัญชีค่าจ้างใหม่สำหรับ พนักงานกระทรวงสาธารณสุข (พกส.) และ ลูกจ้างชั่วคราวรายเดือนแล้ว
ล่าสุด เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 คณะกรรมการบริหารพนักงานกระทรวงสาธารณสุข (กพส.) ได้มีมติเห็นชอบในการปรับโครงสร้างบัญชีค่าจ้าง พกส. รวมถึงมาตรการชดเชยผู้ที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
สรุปรายละเอียดอัตราค่าจ้างใหม่ (พกส. และ ลูกจ้างชั่วคราว)
สำหรับกลุ่มลูกจ้างชั่วคราวรายเดือน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมเสนอปลัดกระทรวงสาธารณสุขพิจารณาปรับโครงสร้างบัญชีค่าจ้างใหม่ และมาตรการชดเชยกรณีได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน
ไฮไลต์โครงสร้างค่าจ้างใหม่
- อัตราค่าจ้างขั้นต่ำเริ่มต้น 10,520 บาทต่อเดือน
- เฉลี่ยรายวัน 350 บาทต่อวัน
- คิดเฉพาะวันทำการ วันละ 457 บาท (สูงกว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน)
- วันที่มีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2569 พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อให้หน่วยบริการมีเวลาเตรียมความพร้อมด้านงบประมาณ
เล็งเพิ่มอีก 93,000 อัตรา ดันลูกจ้างรายวันสู่ความมั่นคง
นอกจากการปรับฐานเงินเดือนแล้ว สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขยังได้เสนอขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง เพื่อขยายกรอบอัตราการจ้างงานเพิ่มอีก 93,000 อัตรา โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ
- รองรับการบรรจุนักเรียนทุนสาธารณสุขในอนาคต
- เปิดโอกาสให้ ลูกจ้างชั่วคราวรายวัน ได้รับการปรับสถานะเป็นพนักงานที่มีความมั่นคงในอาชีพมากยิ่งขึ้น
ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติจากกระทรวงการคลัง
มุ่งยกระดับระบบสาธารณสุขไทยอย่างยั่งยืน
นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการดูแลบุคลากรสาธารณสุขให้มีรายได้ที่เหมาะสม มีสวัสดิการที่ดี และมีเส้นทางความก้าวหน้า (Career Path) ที่ชัดเจน จะเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ และช่วยรักษาบุคลากรที่มีคุณภาพให้อยู่ในระบบสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ และดูแลสุขภาพของประชาชนได้อย่างทั่วถึง
ขณะเดียวกัน นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเดินหน้าพัฒนาระบบสาธารณสุขควบคู่ไปกับการดูแลสิทธิประโยชน์ของบุคลากรทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสุขภาพของประเทศไทยในระยะยาว
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์


