วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2569

Login
Login

โกงหลอกโอนเงินสัปดาห์นี้ 1.28 ร้อยล้าน แฉมิจฯมุกใหม่ย้ายคุยนอกแอป

อัปเดตเตือนภัย กลโกงประชาชนคนไทยหลอกโอนเงินสัปดาห์นี้ 1.28 ร้อยล้านบาท ตำรวจแฉมิจฉาชีพมุกใหม่ย้ายคุยนอกแอป

กรุงเทพธุรกิจ อัปเดตล่าสุด เตือนภัย กลโกง ประชาชนคนไทย หลอกโอนเงิน สัปดาห์นี้ 1.28 ร้อยล้านบาท ตำรวจแฉ มิจฉาชีพ มุกใหม่ ย้ายคุยนอกแอป

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ที่มี พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค.- 6 มิ.ย. 2569 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,355 คดี มูลค่าความเสียหาย 128,002,691 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 24-30 พ.ค.69 จำนวน 219 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 9.86 ล้านบาท

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์ พบว่า ภาพรวมจำนวนคดีมีทิศทางปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี โดยในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุดสถานการณ์ยังคงรักษาแนวโน้มขาลงอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับมูลค่าความเสียหายที่ดิ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

จากที่เคยพุ่งสูงถึง 500 ล้านบาทต่อสัปดาห์ ปัจจุบันลดลงมาเหลือต่ำกว่า 150 ล้านบาทต่อสัปดาห์ และในสัปดาห์ล่าสุดนี้ลดลงมาอยู่ที่ 128 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อจำแนกรายคดีพบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุด ครองสัดส่วนถึง 84.2% ของคดีทั้งหมด ขณะที่ “การหลอกลวงด้านการเงินและการลงทุน” แม้จำนวนคดีจะน้อยกว่า แต่กลับเป็นกลุ่มที่สร้างความเสียหายเชิงมูลค่าสูงที่สุดในสัปดาห์นี้ โดยสูงถึง 39.61 ล้านบาท 

โกงหลอกโอนเงินสัปดาห์นี้ 1.28 ร้อยล้าน แฉมิจฯมุกใหม่ย้ายคุยนอกแอป

ขณะเดียวกัน การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย โดยกลุ่มอายุ 21-30 ปี เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง

เมื่อจำแนกตามประเภทคดีพบว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุดใน 3 อันดับแรก ได้แก่

  • อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ
  • อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น
  • อันดับ 3 คดีหลอกลวงเสนอผลประโยชน์

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลการปฏิบัติการต่างๆ สามารถจับกุมล่าม “บอสจีน” และขบวนการเครือข่ายบัญชีม้า จำนวน 2 เคส ผู้ต้องหา 4 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 1 ราย และชาวกัมพูชา 3 ราย ประกอบกับประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที ได้ทั้งหมด 8 เคส

สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 21 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 855,900 บาท

โกงหลอกโอนเงินสัปดาห์นี้ 1.28 ร้อยล้าน แฉมิจฯมุกใหม่ย้ายคุยนอกแอป

เปิดผลการจับกุมที่น่าสนใจ แฉมิจฯมุกใหม่ย้ายคุยนอกแอป

เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.สส.ภ.6 ขยายผลจับกุมชายสัญชาติไทย ในความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่และร่วมกันฟอกเงิน” โดยสามารถจับกุมได้ที่อาคารชุดแห่งหนึ่งในเขตห้วยขวาง จ.กรุงเทพฯ

ผู้ต้องรายนี้ทำหน้าที่เป็นล่ามประสานงานให้แก่ “บอส” หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีน ทั้งยังเป็นผู้จัดหาบัญชีม้า และจัดการระบบฟอกเงินผ่านสกุลเงินดิจิทัล (คริปโทเคอร์เรนซี)

ในการเข้าจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดทรัพย์สินแบรนด์เนมและรถยนต์หรู ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมทั้งเร่งสืบสวนขยายผลเพื่อจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการนี้ต่อไป

โกงหลอกโอนเงินสัปดาห์นี้ 1.28 ร้อยล้าน แฉมิจฯมุกใหม่ย้ายคุยนอกแอป

เคสที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.ปพ.บก.สส.ภ.1 นำกำลังเข้าจับกุมหญิงอายุ 30 ปี บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ปทุมธานี ในความผิดฐาน “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง, เป็นธุระจัดหาโฆษณา หรือไขข่าวโดยประการใดๆ เพื่อให้มีการซื้อขาย ให้เช่า หรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดของกลาง ประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง ซิมการ์ด บัตรเอทีเอ็ม สมุดบัญชี พร้อมหลักฐานสำคัญเป็นภาพถ่ายการโพสต์ประกาศรับซื้อบัญชีธนาคารและ True Money Wallet ผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก ซึ่งเสนอค่าจ้างครั้งละ 1,000-5,000 บาท

โกงหลอกโอนเงินสัปดาห์นี้ 1.28 ร้อยล้าน แฉมิจฯมุกใหม่ย้ายคุยนอกแอป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เคสคดีเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ 

เคสที่ 1 เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นชายวัย 57 ปี หลังถูกมิจฉาชีพหลอกลวงให้ประมูลนาฬิกาผ่านทางออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงเร่งลงพื้นที่เข้าตรวจสอบทำให้ทราบว่า ผู้เสียหายได้ร่วมประมูลนาฬิกาผ่านการไลฟ์สดบนเฟซบุ๊ก และหลงเชื่อโอนเงินไปถึง 3 ครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 212,300 บาท ทว่าหลังจากโอนเงินไปได้เพียง 30 นาที

เจ้าหน้าที่ธนาคารได้ตรวจพบความผิดปกติของธุรกรรมและคาดว่าน่าจะเป็นการถูกหลอกลวง จึงรีบติดต่อผู้เสียหายพร้อมทำการปิดระบบแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมทันที ขณะเดียวกันเมื่อผู้เสียหายพยายามติดต่อกลับไปยังเพจไลฟ์สดดังกล่าวก็พบว่าถูกบล็อกและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแนะนำให้ผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บางนา เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

โกงหลอกโอนเงินสัปดาห์นี้ 1.28 ร้อยล้าน แฉมิจฯมุกใหม่ย้ายคุยนอกแอป

นอกจากนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอแจ้งเตือนประชาชนให้ระวัง มิจฉาชีพชวน “ย้ายคุยนอกแอป” หลุมพรางยอดฮิต สู่ห้องแชตลับที่มีแต่หน้าม้า

ปัจจุบันภัยบนโลกออนไลน์ทวีความรุนแรงและมาในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าและบริการ การชักชวนทำงานออนไลน์ หรือการหลอกลงทุนอ้างผลตอบแทนสูง

มีพฤติกรรมเด่นคือ “การชักชวนให้ย้ายไปคุยต่อในแพลตฟอร์มอื่น” เช่น Line หรือ Telegram รูปแบบการหลอกลวงพบว่ามิจฉาชีพจะเริ่มทักทายหรือลงโฆษณาผ่านทางแพลตฟอร์มหลัก เช่น Facebook, TikTok, Instagram หรือแอปพลิเคชันซื้อขายสินค้าและแอปหาคู่ จากนั้นจะใช้ข้ออ้างต่างๆ เพื่อดึงออกจากแพลตฟอร์มหลัก

โกงหลอกโอนเงินสัปดาห์นี้ 1.28 ร้อยล้าน แฉมิจฯมุกใหม่ย้ายคุยนอกแอป

อ้างเหตุผลเพื่อความสะดวก ระบบแจ้งเตือนไว หรือส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล แต่แท้จริงแล้วเป็นอุบายเพื่อดึงเหยื่อเข้าสู่ “กลุ่มแชตที่มีแต่หน้าม้า” ซึ่งคนกลุ่มนี้จะใช้บัญชีอวตารมาคอยส่งรีวิวปลอม โชว์สลิปโอนเงิน และโพสต์ภาพกำไรปลอมๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือรุมกดดันจนเหยื่อหลงเชื่อและยอมโอนเงินในที่สุด

ดังนั้น หากมีการติดต่อซื้อขายสินค้าหรือลงทุนออนไลน์ แล้วถูกชักชวนให้ “ย้ายไปคุยต่อในแพลตฟอร์มอื่น” ขอให้ท่านตั้งสติ และอย่าหลงเชื่อโดยเด็ดขาด เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นกลอุบายของมิจฉาชีพในการดึงเข้ากลุ่มหน้าม้าเพื่อหลอกลวง

ทั้งนี้ ขอเน้นย้ำให้ตรวจสอบอย่างรอบคอบทุกครั้งก่อนตัดสินใจโอนเงิน เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หากพบเบาะแสหรือ ได้รับความเสียหาย สามารถ แจ้งความออนน์ไลน์ ได้ที่ www.thaipoliceonline.go.th หรือ สายด่วน AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง