คลังอัปเดต "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40" ยอดสะพัดทะลุ 1.4 หมื่นล้านบาท ประชาชนแห่ใช้สิทธิแล้วกว่า 21 ล้านราย เตรียมเปิดใช้ผ่าน Food Delivery 15 มิ.ย.นี้
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)”
ล่าสุด ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ณ วันที่ 6 มิถุนายน 2569 เวลา 17.00 น. ชี้ชัดว่าโครงการนี้ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้น สามารถเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชน และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน ทั่วประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม
เจาะสถิติ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ยอดจับจ่ายหมุนเวียนสะพัด
จากการรายงานตัวเลขล่าสุด โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) มีสถิติการใช้งานที่น่าสนใจ ดังนี้
จำนวนผู้ได้รับสิทธิทั้งหมด 26,040,623 ราย
จำนวนผู้ใช้สิทธิสำเร็จแล้ว 21,852,006 ราย
ยอดใช้จ่ายสะสมรวม 14,099.82 ล้านบาท
- เงินที่รัฐบาลร่วมสนับสนุน 8,205.35 ล้านบาท
- เงินที่ประชาชนร่วมใช้จ่าย 5,894.47 ล้านบาท
ผู้ใช้สิทธิครบวงเงิน 1,000 บาท จำนวน 142,610 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 23.00 น.)
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนตื่นตัวและเข้ามาใช้สิทธิในระบบเศรษฐกิจจริง ช่วยลดภาระค่าครองชีพได้อย่างเห็นผล
ร้านค้ารายย่อยขานรับ ลงทะเบียนพุ่งเฉียด 1 ล้านร้านค้า
ในส่วนของผู้ประกอบการและร้านค้าชุมชน พบว่ามีแนวโน้มเติบโตและให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขาย โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สถานะการลงทะเบียนร้านค้าล่าสุด
- ร้านค้าที่ลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมให้บริการ จำนวน 997,573 ร้านค้า (ร้านเดิม 866,459 / ร้านใหม่ 131,114)
- ร้านค้าที่มียอดใช้จ่ายเกิดขึ้นจริงแล้ว จำนวน 925,033 ร้านค้า
- อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล จำนวน 3,613 ร้านค้า
- อยู่ระหว่างการยอมรับเงื่อนไข (T&C) จำนวน 112,817 ร้านค้า
เตรียมเปิดใช้สิทธิผ่าน “Food Delivery” 15 มิ.ย. 2569 นี้!
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะขยายโอกาสทางการค้าและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชนในยุคดิจิทัล
ปักหมุดวันรอ สำหรับการใช้สิทธิผ่านร้านค้าบนแพลตฟอร์ม Food Delivery จะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยได้มากยิ่งขึ้น
“ตัวเลขการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่ามาตรการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้จริง ทั้งในมิติการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน การเพิ่มรายได้ให้ร้านค้ารายย่อย และการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะติดตามการดำเนินโครงการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด” นางสาวลลิดา กล่าวทิ้งท้าย

