พาณิชย์ จับมือเกษตรฯ อัด 13 มาตรการด่วน ดันกุ้งไทยบุกตลาดจีน-จัด "หรอยริมเร" หวังดูดซับผลผลิต 400 ตัน/เดือน กู้วิกฤตราคากุ้งดิ่งหลังมาเลเซียสั่งเบรกนำเข้า
กระทรวงพาณิชย์ จับมือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งคลี่คลายวิกฤตกุ้งไทย หลังมาเลเซียประกาศระงับนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์ชั่วคราว อัด 13 มาตรการด่วน ดูดซับผลผลิตเดือนละ 400 ตัน พร้อมเปิดตลาดจีนและกระตุ้นการบริโภคในประเทศ
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีที่ทางการมาเลเซียประกาศระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมาว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้
ล่าสุด นายกรัฐมนตรีได้กำชับในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่งเจรจากับทางการมาเลเซียโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งสั่งการให้เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบ เพื่อป้องกันไม่ให้ราคากุ้งหน้าฟาร์มตกต่ำ เนื่องจากอุตสาหกรรมกุ้งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนจำนวนมาก ตั้งแต่เกษตรกร ผู้รวบรวม โรงงานแปรรูป ผู้ส่งออก ไปจนถึงแรงงาน
กาง 13 มาตรการด่วน พาณิชย์ตั้งเป้าดูดซับกุ้ง 400 ตัน/เดือน
เพื่อบรรเทาผลกระทบเฉพาะหน้า กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 13 มาตรการ โดยตั้งเป้าหมายในการดูดซับผลผลิตกุ้งที่ได้รับผลกระทบประมาณเดือนละ 400 ตัน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปริมาณการส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซียเฉลี่ยเดือนละ 300–400 ตัน (คิดเป็นมูลค่าราว 44 ล้านบาทต่อเดือน) โดยแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ ดังนี้
1. มาตรการระยะสั้น: บุกตลาดจีน คู่อัดกิจกรรมในประเทศ
- ตลาดต่างประเทศ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งขยายตลาดส่งออกกุ้งไทยไปยังประเทศจีน ผ่านกิจกรรมจับคู่ธุรกิจออนไลน์ (Online Business Matching) และงานแสดงสินค้าใหญ่ เช่น Top Thai Brands (คุนหมิงและเซี่ยเหมิน), Thailand Week (ต้าเหลียนและหลานโจว) รวมถึงการโปรโมตกุ้งไทยในงานแสดงสินค้าอาหารระดับโลก SIAL
- ตลาดในประเทศ กรมการค้าภายใน เตรียมกระตุ้นการบริโภคผ่านกิจกรรม “หรอยริมเร” ที่จังหวัดภูเก็ต พร้อมประสานห้างท้องถิ่นในพื้นที่ท่องเที่ยวเปิดจุดรับซื้อกุ้ง และเชื่อมโยงให้โรงงานแปรรูป/ผู้ส่งออกเข้ารับซื้อตรงจากหน้าฟาร์ม นอกจากนี้ยังนำโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" และ "ธงฟ้า" เข้ามาร่วมระบายสินค้า
2. แนวทางแก้ปัญหาระยะยาว: เจรจาทวิภาคีและเวทีโลก
- กรมประมง และสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) จะเร่งหารือกับทางการมาเลเซียเพื่อคลี่คลายข้อจำกัดโดยเร็ว
- สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- หากจำเป็น รัฐบาลไทยพร้อมยกระดับประเด็นนี้เข้าสู่เวทีการค้าโลก ทั้ง WTO และอาเซียน (ASEAN)
"หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเดินหน้าแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ รัฐบาลมีเป้าหมายคือปกป้องเกษตรกร รักษาราคาหน้าฟาร์ม เปิดตลาดสำรอง และลดความเสี่ยงสินค้าล้นตลาดให้ได้มากที่สุด" – น.ส.รัชดา ธนาดิเรก กล่าวทิ้งท้าย

