รัฐบาลปรับแผนเชิงรุกรับมือน้ำท่วม ไฟเขียว ผอ. สั่งปิดโรงเรียนได้ทันที ปรับเรียนออนไลน์ พร้อมสั่งครูงดการบ้านและเลื่อนสอบ ลดเครียดเด็กและผู้ปกครอง
รัฐบาลยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยในสถานศึกษาทั่วประเทศ ปรับแผนจาก "ตั้งรับ" เป็น "เชิงรุก" หลังสถิติชี้เทรนด์น้ำท่วม-ดินสไลด์รุนแรงขึ้นทุกปี เผยปี 2568 โรงเรียนอ่วมเกือบ 2,000 แห่ง กระทบนักเรียนกว่า 1.6 แสนคน ล่าสุดไฟเขียวผู้บริหารสถานศึกษาประเมินความเสี่ยงสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวได้ทันที พร้อมสั่งคุมเข้มมาตรการระยะสั้น-ระยะยาว
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการประเมินสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พบว่า แนวโน้มอุทกภัย ดินสไลด์ และน้ำท่วมฉับพลันในทุกภูมิภาคมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี
เมื่อเปิดดูข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ผ่านมา พบสถิติน่ากังวล ดังนี้:
- สถานศึกษาได้รับผลกระทบ เกือบ 2,000 แห่ง
- เด็กนักเรียนได้รับผลกระทบ กว่า 160,000 คน
- ปัญหาซ้ำซ้อน มีโรงเรียนจำนวนมากที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซ้อนในรอบปี
กางมาตรการระยะสั้น : ให้อำนาจ ผอ. เคาะปิดโรงเรียน - เซฟจิตใจเด็ก
เพื่อป้องกันเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้น กระทรวงศึกษาธิการได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานเป็นเชิงรุก โดยออก "มาตรการระยะสั้นคุมเข้มสถานศึกษาทั่วประเทศ" ดังนี้
- ติดตามพยากรณ์อากาศใกล้ชิด ประสานงานกับฝ่ายปกครองท้องถิ่นตลอดเวลา
- ไฟเขียวสั่งปิดโรงเรียน ให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาประเมินความเสี่ยงและสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวได้ทันทีหากเห็นว่าไม่ปลอดภัย
- ปรับระบบการเรียนการสอน ให้เปลี่ยนไปใช้ระบบ Online, On-Hand หรือ On-Demand ตามความเหมาะสมของพื้นที่
- ลดความเครียด กำชับให้ครูผู้สอนผ่อนปรนการส่งการบ้านและการสอบในช่วงวิกฤต เพื่อดูแลสภาพจิตใจของเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง ไม่ให้เกิดความเครียดสะสม
- รายงานแบบ Real-Time ให้ทุกโรงเรียนรายงานสถานการณ์น้ำท่วมผ่านแอปพลิเคชัน Line เพื่อความรวดเร็วในการอนุมัติถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็น
- ตั้งศูนย์อพยพ จัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียนเพื่อใช้เป็นศูนย์อพยพชั่วคราวของชุมชน หากมีการเคลื่อนย้ายประชาชน
มาตรการระยะยาว : ฟื้นฟูโครงสร้าง แก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเพิ่มเติมว่า สำหรับการแก้ปัญหาอย่างถาวรในระยะยาว จะเน้นเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างและการสร้างความร่วมมือกับท้องถิ่น โดยเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จะดำเนินการทันทีตามขั้นตอน ดังนี้
- ด้านการเรียนการสอน เร่งจัดทำแผนสอบชดเชย และจัดหาอุปกรณ์การเรียนทดแทนส่วนที่เสียหาย
- ด้านโครงสร้างอาคาร ประสานศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it Center) ของอาชีวศึกษา ส่งทีมช่างเข้าซ่อมแซมทันที และให้โรงเรียนรายงานความเสียหายเพื่อขอรับงบซ่อมแซมเร่งด่วนจาก สพฐ.
- ด้านระบบสาธารณูปโภค ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำของโรงเรียนและชุมชนร่วมกันในระยะยาว
"รัฐบาลมีความห่วงใยในความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษาเป็นอันดับแรก การปรับเปลี่ยนมาตรการเป็นเชิงรุกและให้อำนาจการตัดสินใจแก่พื้นที่ จะช่วยลดความสูญเสียและทำให้การช่วยเหลือเข้าถึงได้อย่างทันท่วงที" ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวทิ้งท้าย

