คลังเคลียร์ชัด! ปรับเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ตัดสิทธิกลุ่มที่ครอบครัวใช้ลดหย่อนภาษี ชี้ถือว่ามีผู้อุปการะแล้ว มุ่งช่วยคนจนตัวจริง
กระทรวงการคลัง เดินหน้าจัดระเบียบเกณฑ์คัดกรอง "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" รอบใหม่ มุ่งเป้าช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตัวจริง หลังเจอกระแสข้อร้องเรียนคน "จนไม่จริง" เผยเหตุผลสำคัญทำไมผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้ "ลดหย่อนภาษี" อุปการะเลี้ยงดู ถึงอาจหมดสิทธิรับเงินเยียวยา
ทำไมใช้สิทธิ "ลดหย่อนภาษี" อุปการะ พ่อแม่-ลูก-คู่สมรส ถึงชวดบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ?
หนึ่งในหลักเกณฑ์คัดกรองที่กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากคือ หากบุคคลในครอบครัวถูกนำชื่อไปใช้สิทธิอุปการะเลี้ยงดู (พ่อแม่, ลูก, หรือคู่สมรส) เพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้ บุคคลเหล่านั้นจะไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ชี้แจงว่า ข้อมูลการลดหย่อนภาษีของสมาชิกในครอบครัว เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการตรวจสอบร่วมกับฐานข้อมูลรายได้ ทรัพย์สิน และข้อมูลอื่น ๆ เพื่อให้งบประมาณของรัฐไปถึงมือผู้ที่เดือดร้อนที่สุด
3 เหตุผลหลัก ทำไมรัฐต้องใช้เกณฑ์ "ลดหย่อนภา
3 เหตุผลหลัก ทำไมรัฐต้องใช้เกณฑ์ "ลดหย่อนภาษี" มาคัดกรอง
ทีมเศรษฐกิจได้เจาะลึกข้อมูลจากแหล่งข่าวกระทรวงการคลัง ซึ่งได้ให้มุมมองและเหตุผลความจำเป็นไว้ 3 ประเด็นหลัก ดังนี้:
1. ถือว่ามี "ผู้อุปการะเลี้ยงดู" แล้ว
ในกรณีที่พ่อแม่ไม่มีรายได้ แต่มี "ลูก" นำไปลดหย่อนภาษี ทางคลังมองว่าบุคคลนั้นอยู่ในความดูแลของลูกซึ่งเป็นผู้มีรายได้แล้ว รัฐจึงจำเป็นต้องเลือกจัดสรรงบประมาณไปดูแลกลุ่มที่ "ไม่มีใครดูแลเลย" เป็นอันดับแรก เช่น ผู้สูงอายุที่ไม่มีรายได้และไม่มีลูกหลานคอยอุปการะ ซึ่งมีความเดือดร้อนเร่งด่วนมากกว่า
2. รัฐบาลช่วยบรรเทาภาระผ่านภาษีไปแล้ว
เมื่อลูกนำพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี สิ่งที่ครอบครัวได้รับคือ "การประหยัดภาษี" ซึ่งเป็นการที่รัฐบาลยอมสูญเสียรายได้เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้ครอบครัวนั้นไปแล้ว และในหลายกรณี มูลค่าภาษีที่ประหยัดได้นั้น สูงกว่า เงินอุดหนุนที่จะได้รับจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเสียด้วยซ้ำ
3. ลดข้อครหา "จนไม่จริง" ในสังคม
ที่ผ่านมามีข้อร้องเรียนจำนวนมากเกี่ยวกับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบางรายที่แท้จริงแล้วครอบครัวมีฐานะ การปรับเกณฑ์ครั้งนี้จึงเป็นการพิสูจน์ว่า แม้ครอบครัวอาจจะไม่ได้อยู่สบายนัก แต่การที่สมาชิกในบ้านมีรายได้พอที่จะอุปการะกันเองได้ ก็สะท้อนว่ายังพอดูแลปากท้องได้ในระดับหนึ่ง
งบจำกัด ต้องช่วย "คนยากจน" ตัวจริงให้ตรงเป้า
ในสภาวะที่ทุกคนได้รับความเดือดร้อนจากค่าครองชีพสูง รัฐบาลยืนยันว่ามีโครงการอื่น ๆ รองรับตามความเหมาะสม เช่น โครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส 60/40", เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือเงินเบี้ยความพิการ
"บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" เป็นโครงการที่ให้ความช่วยเหลือสูงที่สุด ซึ่งใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนจำนวนมาก ท่ามกลางทรัพยากรที่จำกัด รัฐจึงจำเป็นต้องคัดกรองอย่างเข้มงวด เพื่อให้เงินภาษีถูกใช้ไปกับการดูแล "คนยากจนตัวจริง" อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุด

