รัฐบาลกาง 4 แผนด่วนยกระดับผ้าไหมไทยสู่สากล ผุด "ธนาคารเส้นไหม" ให้ยืมก่อนคืนทีหลัง ช่วยเพิ่มสภาพคล่องชุมชน ชูตรานกยูงพระราชทานบุกตลาดโลก
รัฐบาลเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยและหม่อนไหม ชูวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมขับเคลื่อนห่วงโซ่อุปทาน คลอด 4 แนวทางเร่งด่วน ตั้ง "ธนาคารเส้นไหม" ช่วยสภาพคล่อง ดันตรานกยูงพระราชทานบุกตลาดโลก เพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างยั่งยืน
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางของรัฐบาลในการพัฒนาอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยและหม่อนไหม ซึ่งเป็นมรดกภูมิปัญญาอันทรงคุณค่าของประเทศ ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก พร้อมยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
ผนึกกำลัง อว. - เกษตรฯ ขับเคลื่อน R&D หม่อนไหมไทย
จากการหารือร่วมกันระหว่าง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และนายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกรมหม่อนไหม ได้มีการกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนา (Research and Development: R&D)
รัฐบาลมอบหมายให้ กรมหม่อนไหม เป็นกลไกหลักในการดำเนินงาน 3 ด้านสำคัญ คือ:
- การพัฒนาสายพันธุ์ไหมให้แข็งแรงและได้มาตรฐาน
- การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
- การบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ไหมไทย และสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้แก่เกษตรกรทั่วประเทศ
กางแผน 4 แนวทางเร่งด่วน พลิกโฉมผ้าไหมไทยสู่สากล
เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน 4 ด้าน ดังนี้:
1. จัดตั้ง “ธนาคารเส้นไหม” ยืมก่อน คืนทีหลัง
สนับสนุนการจัดตั้งธนาคารเส้นไหมในชุมชน โดยใช้ระบบ “ยืมก่อน คืนทีหลัง” เพื่อเปิดโอกาสให้กลุ่มชุมชนและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถนำเส้นไหมไปผลิตและจำหน่ายสินค้าได้ก่อน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องทางการผลิตได้อย่างตรงจุด
2. ยกระดับทักษะ (Up-skill) เกษตรกรและผู้ประกอบการ
ปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมให้เท่าทันความต้องการของตลาดสมัยใหม่ โดยครอบคลุมทักษะสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การผลิต การออกแบบดีไซน์ และการตลาดดิจิทัล เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
3. ดัน “ตรานกยูงพระราชทาน” สู่เครื่องหมายสากล
ปรับภาพลักษณ์และสร้างการรับรู้ตราสัญลักษณ์ “ตรานกยูงพระราชทาน” ให้เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพที่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเชื่อมั่น เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าผ้าไหมไทยในตลาดโลก
4. ทำคู่มือมาตรฐานการย้อมไหมระบบ ร้อน-เย็น
จัดทำฐานองค์ความรู้และคู่มือมาตรฐานการย้อมไหม ทั้ง ระบบย้อมร้อน และ ระบบย้อมเย็น เพื่อควบคุมและยกระดับคุณภาพการผลิต ป้องกันปัญหาสีตก และต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์สิ่งทอคุณภาพสูงในอนาคต
มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม
“รัฐบาลมุ่งส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ควบคู่กับการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้แก่เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนผลักดันผ้าไหมไทยให้โดดเด่นบนเวทีโลก” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวสรุป

