วันพุธ ที่ 3 มิถุนายน 2569

Login
Login

ตำรวจไทยแกะรอยช่วย นศ.จีน เหยื่อสแกมเมอร์จัดฉากรีดเงิน 12.5 ล้านบาท

ตำรวจไทยแกะรอยช่วย นศ.จีน เหยื่อสแกมเมอร์จัดฉากรีดเงิน 12.5 ล้านบาท

ผบ.ตร. สั่งเร่งช่วย “นศ.จีน” เหยื่อ “ลักพาตัวเสมือนจริง” ตำรวจไทยแกะรอยช่วยได้อย่างปลอดภัย หลังถูกสแกมเมอร์ข้ามชาติหลอกจัดฉากเรียกค่าไถ่ 12.5 ล้านบาท

วันนี้ (3 มิถุนายน 2569) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศตคม.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงผลการช่วยเหลือ “นักศึกษาสาวชาวจีน” อายุ 21 ปี ซึ่งตกเป็นเหยื่อขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติในรูปแบบ “ลักพาตัวเสมือนจริง” (Virtual Kidnapping) หลังถูกกลุ่มสแกมเมอร์บงการให้จัดฉากการถูกลักพาตัวและเรียกค่าไถ่จากครอบครัวเป็นเงินรวมกว่า 12.5 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจะสามารถติดตามตัวและให้การช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย

คดีดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ การช่วยเหลือผู้เสียหาย และการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (ผบก.ปคม.) พร้อมผู้บังคับบัญชาที่เกี่ยวข้อง ได้สั่งการให้กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (กก.1 บก.ปคม.) เร่งดำเนินการสืบสวนติดตามตัวผู้เสียหายโดยทันที ภายหลังได้รับการประสานจาก Hong Kong Police Force (HKPF)

 

สืบเนื่องจาก Miss WANG (นางสาวหวัง) อายุ 21 ปี นักศึกษาสาวชาวจีน ได้หายตัวไปภายหลังเดินทางเข้าประเทศไทย โดยครอบครัวเชื่อว่าอาจตกเป็นเหยื่อของขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ ต่อมาบิดาของผู้เสียหายได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน WeChat จากชายไม่ทราบชื่อที่อ้างว่าควบคุมตัวบุตรสาวไว้ พร้อมเรียกค่าไถ่จำนวน 3 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 12.5 ล้านบาท และส่งภาพผู้เสียหายถูกมัดตัว มีร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายร่างกาย ทำให้ครอบครัวเกิดความวิตกกังวลและเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง ก่อนประสานมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อขอความช่วยเหลือ

จากการสืบสวนพบว่า ก่อนเกิดเหตุ กลุ่มมิจฉาชีพได้หลอกลวงผู้เสียหายให้ขอเงินจากบิดา โดยอ้างว่าจำเป็นต้องใช้เป็นหลักฐานทางการเงินเพื่อศึกษาต่อต่างประเทศ ทำให้บิดาหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร Bank of China ของผู้เสียหาย รวมจำนวน 1.4 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 5.8 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 19-20 พฤษภาคม 2569 ก่อนที่เงินดังกล่าวจะถูกโอนกระจายไปยังบัญชีอื่นหลายบัญชี ซึ่งเชื่อว่าเป็นบัญชีม้าของเครือข่ายสแกมเมอร์

ต่อมาวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ผู้เสียหายได้เดินทางออกจากฮ่องกงเพียงลำพัง โดยสายการบิน Hong Kong Airlines เที่ยวบิน HX767 และเดินทางถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 02.36 น. ก่อนเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่ลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปคม. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงแรมที่ผู้เสียหายเข้าพัก พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทาง และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด จนพบข้อพิรุธสำคัญว่าผู้เสียหายเดินทางเข้าพักเพียงลำพัง และไม่พบบุคคลอื่นเข้าออกห้องพักตามที่ถูกกล่าวอ้าง

ตำรวจไทยแกะรอยช่วย นศ.จีน เหยื่อสแกมเมอร์จัดฉากรีดเงิน 12.5 ล้านบาท

 

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ผู้เสียหายได้ว่าจ้างรถรับจ้างให้พาไปซื้อเชือกสายรัด มีด สีทาตัว และลิปสติกสีแดง ก่อนนำอุปกรณ์ดังกล่าวกลับมาจัดฉากสร้างร่องรอยคล้ายถูกทำร้ายร่างกายและถูกลักพาตัว พร้อมบันทึกภาพและวิดีโอส่งให้กลุ่มมิจฉาชีพ เพื่อนำไปใช้เป็นเครื่องมือกดดันครอบครัวในการเรียกค่าไถ่

ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถแกะรอยจนทราบว่าผู้เสียหายได้ย้ายไปพักยังโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยใช้ภาพหนังสือเดินทางปลอมที่กลุ่มมิจฉาชีพส่งมาให้ผ่านช่องทางออนไลน์ในการเช็กอินเข้าพัก เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัย ก่อนนำตัวมาสอบปากคำและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง

จากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหายตกอยู่ภายใต้การควบคุมทางจิตวิทยาของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งใช้วิธีแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายจากต่างประเทศ ข่มขู่ว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรม ก่อนบงการให้ตัดการติดต่อกับครอบครัว เดินทางไปยังสถานที่ที่กำหนด และจัดฉากเสมือนถูกลักพาตัว เพื่อนำภาพและคลิปวิดีโอไปใช้หลอกเรียกค่าไถ่จากญาติ ซึ่งเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่เรียกว่า “Virtual Kidnapping” หรือ “ลักพาตัวเสมือนจริง” ที่กำลังพบในหลายประเทศทั่วโลก

พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบอาชญากรรมข้ามชาติที่พัฒนาไปอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยเทคโนโลยีและการควบคุมทางจิตวิทยาในการหลอกลวงเหยื่อ แม้จะยังไม่มีการลักพาตัวจริง แต่ความเสียหายและความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหายและครอบครัวเป็นเรื่องจริง และในบางกรณีอาจมีการหลอกลวงผู้เสียหายให้เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงในการถูกค้ามนุษย์ กรณีดังกล่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะให้ความร่วมมือกับตำรวจฮ่องกงอย่างใกล้ชิดในการดำเนินคดีตามกฎหมายกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของต่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของขบวนการลักษณะนี้อีก

การช่วยเหลือผู้เสียหายในครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการรับมือกับอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศในการคุ้มครองความปลอดภัยของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย อันเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอประชาสัมพันธ์เตือนประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้ระมัดระวังกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หากได้รับการติดต่อในลักษณะข่มขู่ให้โอนเงิน ตัดการติดต่อกับครอบครัว หรือเดินทางไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพียงลำพัง ขอให้ตั้งสติ ตรวจสอบข้อเท็จจริงกับครอบครัวหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ทั้งนี้ หากพบเบาะแสหรือประสงค์ขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสายด่วนศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โทร. 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ตำรวจไทยแกะรอยช่วย นศ.จีน เหยื่อสแกมเมอร์จัดฉากรีดเงิน 12.5 ล้านบาท