เปิดหลักเกณฑ์ “ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569” รอบใหม่ล่าสุด รายเดิมต้องยืนยันสิทธิ รัฐบาลเดินหน้าคัดคนจนไม่จริงออกจาก “บัตรคนจน” พร้อมชี้แจงการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดา-มารดามา อัปเดตไทม์ไลน์วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ
“ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569” เปิดหลักเกณฑ์รอบใหม่ล่าสุด รายเดิมต้องยืนยันสิทธิ รัฐบาลเดินหน้าคัดคนจนไม่จริงออกจาก “บัตรคนจน” พร้อมชี้แจงการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดา-มารดามา อัปเดตไทม์ไลน์วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ใหม่ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งกำหนดให้นำข้อมูลการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีบิดา-มารดามาประกอบการพิจารณาคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ
โดยระบุว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบและคัดกรองผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง หลังที่ผ่านมาได้รับข้อร้องเรียนว่ามีผู้ถือบัตรบางรายไม่ได้อยู่ในภาวะเดือดร้อนทางเศรษฐกิจตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
นายเอกนิติกล่าวว่า กระทรวงการคลังได้ทบทวนกระบวนการคัดกรองทั้งหมดอย่างละเอียด และนำเกณฑ์การประเมินหลายด้านมาประกอบการพิจารณา เพื่อแยกกลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในภาวะยากลำบากออกจากระบบ
ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คือ การส่งมอบความช่วยเหลือไปยังผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจมากที่สุด และให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างตรงจุด
“ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569” รอบใหม่คัดคนจนไม่จริงออก
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 มีเป้าหมายเพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้มีความจำเป็นตัวจริง และปรับปรุงฐานข้อมูลเดิมที่ไม่ได้มีการทบทวนมาหลายปี
จึงขอให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมทุกคน ดำเนินการยืนยันสิทธิระหว่างวันที่ 4-21 มิถุนายน 2569 โดยจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อยู่ระหว่างสำรวจผู้ที่ตกหล่นจากการได้รับสิทธิในรอบก่อน เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยและผู้มีสิทธิได้รับความช่วยเหลือ สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐได้อย่างทั่วถึงมากยิ่งขึ้น
ไทม์ไลน์ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รายเดิมต้องยืนยันสิทธิ คัดคนจนไม่จริงออก
- 4 - 21 มิถุนายน 2569 เปิดระบบยืนยันสิทธิ (รายเดิม) และเริ่มลงพื้นที่คัดกรอง (รายใหม่)
- 17 กรกฎาคม 2569 ประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ
- 17 - 31 กรกฎาคม 2569 เปิดให้ยื่นอุทธรณ์สำหรับผู้ไม่ผ่านเกณฑ์
- 1 สิงหาคม 2569 เริ่มใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่
ช่องทางยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 (รายเดิม)
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง และแอปพลิเคชันทางรัฐ
- เว็บไซต์ของโครงการ: https://welfare.mof.go.th
- เครื่อง ATM ของบริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธนาคารกรุงไทยฯ)
หน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่งได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
สรุปคุณสมบัติผู้มีสิทธิลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 (เกณฑ์ใหม่)
คุณสมบัติพื้นฐาน
- มีสัญชาติไทย
- อายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
บุคคลที่ไม่มีสิทธิได้รับสวัสดิการ
- พระภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
- ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน ผู้ต้องกักขัง หรือผู้ที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ
- นักเรียน นักศึกษา
- ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
- พนักงาน ลูกจ้าง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี
- ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ
- ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท หรือหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน
- ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ หรือถือครองตราสารหนี้
- ผู้มีประกันชีวิตประเภทสามัญและชำระเบี้ยประกันตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
- ผู้ที่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในฐานะบิดา มารดา คู่สมรส หรือบุตร
เงื่อนไขด้านรายได้และการเงิน
- มีรายได้ หรือมีการจ่ายเงินให้บุคคลอื่น ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
- ไม่มีบัตรเครดิต
- มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทไม่เกิน 100,000 บาท
- มีเงินฝากและสลากออมทรัพย์รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
เงื่อนไขด้านทรัพย์สิน
- ห้องชุดรวมทุกแห่ง มีพื้นที่รวมไม่เกิน 35 ตารางเมตร
- บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ ห้องแถว หรือตึกแถว รวมทุกแห่ง มีพื้นที่รวมไม่เกิน 25 ตารางวา
- กรณีเป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 10 ไร่
- กรณีไม่เป็นเกษตรกร มีที่ดินและที่อยู่อาศัยรวมกันไม่เกิน 1 ไร่
เงื่อนไขด้านยานพาหนะ
ต้องไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์หรือยานพาหนะอื่น ยกเว้น รถจักรยานยนต์ ขนาดไม่เกิน 300 ซีซี, รถยนต์สามล้อ, รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง, รถเพื่อการเกษตร โดยสามารถถือครองยานพาหนะตามข้อยกเว้นได้ประเภทละไม่เกิน 1 คัน
เกณฑ์ใหม่เน้นคัดกรองผู้มีรายได้น้อยและผู้ที่เดือดร้อนจริง โดยเพิ่มการตรวจสอบทั้งรายได้ ทรัพย์สิน ภาระหนี้สิน การลงทุน และสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น

