กรมการขนส่งทางบก ปลดล็อกปรับเกณฑ์จดทะเบียน “รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง” รย.12 เปิดทางให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น พร้อมกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย รองรับการใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพและสร้างรายได้ในชุมชน เช็กขั้นตอน เงื่อนไขการจดทะเบียน และอัตราภาษี
ล่าสุด “กรมการขนส่งทางบก” ปลดล็อกปรับเกณฑ์จดทะเบียน “รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง” รย.12 เปิดทางให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น พร้อมกำหนดมาตรฐานความปลอดภัย รองรับการใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพและสร้างรายได้ในชุมชน เช็กขั้นตอน เงื่อนไขการจดทะเบียนและอัตราภาษี
นายฐิติพัฒน์ ไทยจงรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมยานยนต์ และโฆษกกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบกพิจารณาปรับปรุงมาตรการรองรับกลุ่ม "รถเศรษฐกิจชุมชน" เช่น รถพุ่มพวง รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง และรถตามวิถีชุมชนอื่น ๆ ที่ประชาชนใช้ประกอบอาชีพและดำรงชีวิตมาอย่างยาวนาน
ที่ผ่านมา รถบางส่วนยังไม่สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้อง กรมการขนส่งทางบกจึงปรับปรุงแนวทางการจดทะเบียน เพื่อให้ประชาชนนำรถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกกฎหมาย ควบคู่กับการยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน
เงื่อนไขจดทะเบียน “รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง”
รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่จะนำมาจดทะเบียน ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
- ติดตั้งพ่วงข้างด้านซ้ายของรถจักรยานยนต์
- โครงสร้างมีความมั่นคง แข็งแรง
- ไม่บดบังทัศนวิสัยของผู้ขับขี่
- ไม่ส่งผลกระทบต่อการทรงตัวและการควบคุมรถ
- มีจุดยึดพ่วงที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย
- มีระบบห้ามล้อที่สามารถชะลอหรือหยุดรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ติดตั้งอุปกรณ์ส่องสว่างและอุปกรณ์สะท้อนแสงอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะสำหรับการใช้งานในเวลากลางคืนหรือสภาพแสงน้อย
“รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง” ต้องจดทะเบียนเป็นรถประเภทใด?
กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง จดทะเบียนเป็น
- ประเภทรถจักรยานยนต์ (รย.12)
- ลักษณะรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง
- อัตราภาษีประจำปี 150 บาท
- เปิดยื่นคำขอได้แล้ว
เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้างสามารถยื่นคำขอต่อนายทะเบียน พร้อมนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ เพื่อบันทึกการแก้ไขลักษณะรถให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้จะช่วยให้รถจักรยานยนต์พ่วงข้างสามารถใช้งานได้อย่างถูกกฎหมาย ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และมีมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม สนับสนุนให้ประชาชนใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน

