วันนี้ครม. เคาะแล้ว ยืนยันอีก 2 วัน เปิดระบบ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ยืนยันตัวตนใหม่ยกแผง 13 ล้านคนเก่าต้องทำใหม่ทุกคน ตัดสิทธิ์นักเรียน นักศึกษา คนมีรถยนต์
ข่าวใหญ่วันนี้ครม. เคาะแล้ว ยืนยันอีก 2 วัน เปิดระบบ ลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 เตรียมตัวยืนยันตัวตนใหม่ยกแผง 13 ล้านคนเก่าต้องทำใหม่ทุกคน ยกระดับเกณฑ์คัดกรองเข้มข้น ตัดสิทธิ์นักเรียน นักศึกษา และคนมีรถยนต์ส่วนบุคคล เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือให้ถึงมือผู้มีรายได้น้อยตัวจริงเท่านั้น
เช็กด่วนเงื่อนไขใหม่ รายได้ไม่เกิน 1 แสนบาทต่อปี พร้อมข้อห้ามที่ต้องรู้ก่อนพลาดสิทธิ์สำคัญ หวังจัดระเบียบฐานข้อมูลใหม่ให้แม่นยำและทั่วถึงกว่าเดิม เกาะติดทุกขั้นตอนการลงทะเบียนและประกาศผล 17 กรกฎาคมนี้ ก่อนเริ่มใช้สิทธิ์จริง 1 สิงหาคม 2569
วันนี้ 2 มิถุนายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ให้เริ่มดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ประจำปี 2569 (บัตรคนจน 2569) โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการจัดสรรสวัสดิการให้ตรงกลุ่มเป้าหมายที่มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง ผ่านเกณฑ์การคัดกรองที่รัดกุมและทันสมัยมากขึ้น
ปักหมุดวันสำคัญ เปิดลงทะเบียน 4 - 21 มิ.ย.นี้
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าร่วมโครงการ โดยกระทรวงการคลังได้วางกรอบเวลาดำเนินการไว้ดังนี้
- ช่วงเวลาลงทะเบียน 4 - 21 มิถุนายน 2569 (รวม 18 วัน)
- ประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติ 17 กรกฎาคม 2569
- เริ่มใช้สิทธิ์ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
ข้อควรระวังพิเศษ สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม (ปี 2565) จำนวนกว่า 13.19 ล้านคน "ต้องทำการลงทะเบียนยืนยันตัวตนใหม่ทุกราย" หากประสงค์จะเข้าร่วมโครงการในปี 2569 เพื่อเป็นการปรับปรุงฐานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน โดยรอบล่าสุด กระทรวงการคลัง ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายเอาไว้ทั้งหมด 14.14 ล้านคน ทั้งผู้มีบัตรเดิม และผู้ไม่มีบัตรมาก่อน
เกณฑ์คัดออกใหม่ 2569 นักเรียน-นักศึกษา-คนมีรถยนต์ "หมดสิทธิ์"
ปีนี้รัฐบาลปรับเกณฑ์การคัดกรองที่เข้มงวดขึ้น โดยเพิ่มกลุ่มบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ์ เพื่อคัดกรองผู้มีรายได้น้อยที่แท้จริง ดังนี้
- กลุ่มนักเรียน นักศึกษา: ถูกตัดสิทธิ์จากการลงทะเบียนโดยตรง
- กลุ่มผู้มีกรรมสิทธิ์ในรถยนต์: ยกเว้นรถจักรยานยนต์ (ไม่เกิน 300 ซีซี), รถสามล้อ, รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง และรถเกษตรกรรม (จำกัดประเภทละไม่เกิน 1 คัน)
- กลุ่มผู้ถือหุ้น/กรรมการ: หุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้น/กรรมการในบริษัทจำกัดหรือมหาชนจำกัด
- ผู้ถือครองหลักทรัพย์: มีชื่อในบัญชีฝากหลักทรัพย์ หรือทะเบียนประวัติถือครองตราสารหนี้
- ผู้เอาประกันชีวิต: ประเภทสามัญที่ชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป
- กลุ่มลดหย่อนภาษี: บิดา มารดา บุตร หรือคู่สมรส ที่มีผู้มีเงินได้นำไปใช้สิทธิ์หักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
เงื่อนไขรายได้และทรัพย์สิน (ฉบับอัปเดตล่าสุด)
เพื่อให้ความช่วยเหลือตรงจุด รัฐบาลได้ปรับเกณฑ์รายได้และรายจ่ายที่เข้มงวดขึ้น
- รายได้บุคคล: ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
- รายจ่ายใหม่: รายจ่ายที่จ่ายให้บุคคลอื่นต้องไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี
- ทรัพย์สินทางการเงิน: เงินฝาก และสลากออมทรัพย์ รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
- หนี้สิน: ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 100,000 บาท และต้องไม่มีบัตรเครดิต ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง
- อสังหาริมทรัพย์: * คอนโด: ไม่เกิน 35 ตร.ม.
- บ้าน/ที่ดินทั่วไป: บ้านไม่เกิน 25 ตร.ว. หากมีที่ดินรวมไม่เกิน 1 ไร่
- เกษตรกร: บ้านไม่เกิน 25 ตร.ว. และมีที่ดินรวมไม่เกิน 10 ไร่
รัฐย้ำ ตรวจสอบเข้มข้น มุ่งช่วยคนจนจริง
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า แม้หลักเกณฑ์เบื้องต้นจะยึดแนวทางรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี แต่การตรวจสอบในรอบปี 2569 จะมีความเข้มข้นและรัดกุมมากขึ้น โดยใช้ฐานข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้แน่ใจว่าสวัสดิการจากรัฐบาลจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่มีความจำเป็นจริงๆ
อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดขั้นตอนการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังอีกครั้ง โดยรัฐบาลได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัด เช่น กระทรวงมหาดไทย ร่วมมือกันอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ์ได้อย่างทั่วถึง
ช่องทางการลงทะเบียนสำหรับกลุ่มรายเดิมและกลุ่มตกหล่น
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเพิ่มเติมว่า ครม. มีมติเห็นชอบโครงการดังกล่าวเพื่อเปิดรับลงทะเบียนทั้งกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการเดิมและกลุ่มที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ์ (กลุ่มตกหล่น) โดยกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา จะเข้าสำรวจกลุ่มที่ยังไม่มีบัตร ทั้งนี้ผู้มีบัตรเดิมจำนวนกว่า 13 ล้านคน ย้ำว่าต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน โดยสามารถเลือกช่องทางได้ดังนี้
- แอปพลิเคชันเป๋าตัง (คลิก)
- แอปพลิเคชันทางรัฐ (คลิก)
- เว็บไซต์โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (คลิก)
- ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย
- หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคารหลัก ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย

