วันอาทิตย์ ที่ 31 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สธ. ปรับใหญ่! ขยายเครือข่ายรักษา 'สุขภาพจิต' 227 แห่ง รองรับทุกวัย

สธ. ปรับใหญ่! ขยายเครือข่ายรักษา 'สุขภาพจิต' 227 แห่ง รองรับทุกวัย

สธ. อัปเดตรายชื่อสถานบำบัดรักษาทางสุขภาพจิตปี 2569 ขยายเครือข่ายเพิ่มเป็น 227 แห่งทั่วประเทศ ช่วยคนไทยเข้าถึงบริการใกล้บ้าน ลดเวลารอคอย

รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสาธารณสุขครั้งสำคัญ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำและเพิ่มโอกาสการเข้าถึง "บริการสุขภาพจิต" ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขประกาศเพิ่มรายชื่อสถานบำบัดรักษาทางสุขภาพจิตเป็น 227 แห่ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยเข้าถึงการรักษาใกล้บ้านได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทย โดยเฉพาะด้านสุขภาพจิต ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุขได้ออก “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง รายชื่อสถานบำบัดรักษาทางสุขภาพจิต พ.ศ. 2569” ซึ่งได้รับการโปรดเกล้าฯ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 และมีผลบังคับใช้ทันทีในวันถัดไป

ขยายเครือข่ายสถานบำบัดรักษาทางสุขภาพจิต เพิ่มขึ้น 37 แห่ง

การปรับปรุงประกาศฉบับนี้ เป็นการยกระดับบริการเพื่อรองรับความต้องการด้านสุขภาพจิตที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ทั้งในกลุ่มเด็ก เยาวชน วัยทำงาน และผู้สูงอายุ โดยมีการขยายเครือข่ายสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านสุขภาพจิตอย่างเป็นทางการ จากเดิมประมาณ 190 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็น 227 แห่ง (เพิ่มขึ้น 37 แห่ง)

จุดเด่นของประกาศฉบับใหม่ คือการบูรณาการสถานพยาบาลจากหลายภาคส่วนมาร่วมมือกัน เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไกล และลดระยะเวลาการรอคอย (Queue time) ในการพบแพทย์

เช็กรายชื่อหน่วยงานและโรงพยาบาลในเครือข่าย

ประกาศฉบับนี้ครอบคลุมโรงพยาบาลและสถาบันชั้นนำจากหลายสังกัด อาทิ

  • สังกัดกรมสุขภาพจิต & กรมการแพทย์ : โรงพยาบาลศรีธัญญา, โรงพยาบาลสวนปรุง, โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์, สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ และโรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์
  • โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย : โรงพยาบาลรามาธิบดี, โรงพยาบาลศรีนครินทร์ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์
  • หน่วยงานส่วนภูมิภาคและท้องถิ่น: โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข, โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงกลาโหม

มุ่งเป้า “สุขภาพกายคู่สุขภาพจิต” ลดภาระประชาชน

นางสาวลลิดา เน้นย้ำว่า รัฐบาลต้องการผลักดันให้การดูแลสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้จริง ไม่ว่าจะอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่หรือพื้นที่ห่างไกล การเพิ่มสถานบำบัดรักษาในครั้งนี้จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ในระยะยาว รัฐบาลจะยังคงเดินหน้าบูรณาการระบบบริการสุขภาพกายและสุขภาพจิตควบคู่กันไป พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ พัฒนาระบบการส่งต่อผู้ป่วย (Referral System) และเน้นย้ำการให้บริการเชิงป้องกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างยั่งยืน