โดนหลอกถูกต้มตุ๋นโกงเงินกว่า 64 ล้าน แก๊งควายพนันกำถั่ว ล่าสุดตำรวจบุกค้นกรุงเทพ-เชียงใหม่ ไล่จับ 6 รายยกแก๊ง
กรณีโดนหลอก ถูกต้มตุ๋น โกงเงิน กว่า 64 ล้าน แก๊งควายพนันกำถั่ว ล่าสุด ตำรวจบุกค้นกรุงเทพ-เชียงใหม่ ไล่จับ 6 รายยกแก๊ง
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดปฏิบัติการ “Buffalo Hunter” ล่าแก๊งควายหลอกพนันกำถั่ว ลวงเหยื่อสูญเงินกว่า 64 ล้านบาท
ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หรือ กองปราบ ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย ได้แก่
1. น.ส. พ หรือ หงส์
2. นาง ท หรือ หลิน
3. นาย พ
4. น.ส. ส
5. นาย ป
6. นาย ธ
ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ศาลจังหวัดหัวหิน และศาลแขวงภูเก็ต
ในความผิดฐาน
- ทำการเป็นอั้งยี่ และซ่องโจร
- ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์
- ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น
ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดได้ที่เป้าหมาย 2 จุด ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์สืบเนื่องจาก ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้ประกาศขายที่ดินใน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มูลค่าประมาณ 7,000,000 บาท ต่อมากลุ่มคนร้ายได้แบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ ทำทีเข้ามาติดต่อขอซื้อที่ดินเพื่อสร้างความสนิทสนม ก่อนจะร่วมกันจัดฉากแนะนำให้รู้จักกับผู้ต้องหาในแก๊งที่อ้างตัวเป็นเศรษฐีนีพกเงินสดจำนวนมากและชอบเล่นพนันกำถั่ว (ทายเมล็ดฟักทอง)
จากนั้นได้ชักชวนผู้เสียหายร่วมเล่นพนัน พร้อมสอนกลโกงจนผู้เสียหายหลงเชื่อว่าจะชนะแน่นอนและยอมนำเงินมาร่วมลงทุนเดิมพัน โดยใน 5 รอบแรกกลุ่มคนร้ายแกล้งทายผิดเพื่อให้ผู้เสียหายตายใจ แต่พอถึงรอบที่ 6 ซึ่งเพิ่มเงินเดิมพันสูงขึ้น
คนร้ายได้แอบหยิบเมล็ดฟักทองออก 1 เมล็ด เพื่อล็อกผลให้ฝั่งตนเองชนะ จากนั้นได้โวยวายโยนความผิดว่าผู้เสียหายทำเมล็ดฟักทองหล่นหาย ทำให้ต้องรับผิดชอบเสียเงินเดิมพันทั้งหมด คนร้ายใช้อุบายหลอกลวงเช่นนี้ถึง 6 ครั้ง
จนผู้เสียหายต้องไปกู้เงินธนาคาร นำโฉนดที่ดินไปขายฝาก และยืมเงินญาติเพื่อนำมาแก้มือ นอกจากนี้ยังถูกหลอกให้โอนเงินเข้าบัญชีม้าอีกหลายครั้งโดยอ้างเป็นค่าค้ำประกันบ่อน
จนท้ายที่สุดเมื่อผู้เสียหายเดือดร้อนเงินและทวงถามคืน กลุ่มคนร้ายจึงตัดขาดการติดต่อและหนีหายไป รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 64,000,000 บาท
ผู้เสียหายจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนจนทราบตัวกลุ่มคนร้ายและเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย พร้อม ยึดของกลาง ได้แก่
- เงินสด 1,005,410 บาท,
- สมุดบัญชีธนาคารและบัตรเครดิต 19 เล่ม,
- ทองคำหนักรวม 17 บาท,
- อาวุธปืน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 207 นัด,
- สินค้าแบรนด์เนม 14 ชิ้น,
- เครื่องประดับ 59 ชิ้น,
- เงินปลอม 297 ใบ
- ทรัพย์สินอื่นๆ อีกหลายรายการ
จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนบางรายให้การรับข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. สั่งการให้ พ.ต.ต.ปิยะวัตร ปราบเสร็จ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ดำเนินการ
ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

