วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน 2569

Login
Login

ยอดร้านค้า 'ไทยช่วยไทย พลัส' พุ่งเฉียด 6 แสนราย ช่วยปั๊มยอดขายชุมชน

ไทยช่วยไทย พลัส กระแสแรง! ร้านค้าแห่สมัครวันเดียวทะลุ 1.2 หมื่นราย ดันยอดรวมพุ่งเฉียด 6 แสนราย รัฐเร่งอนุมัติช่วยปั๊มยอดขายร้านค้าชุมชนทั่วประเทศ

โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาล ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้ประกอบการทั่วประเทศ ล่าสุด ทุบสถิติยอดสมัครร้านค้าใหม่ต่อวันสูงสุด นับตั้งแต่เปิดรับสมัครเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยข้อมูลล่าสุด (ณ เวลา 18.00 น. ของวันที่ 27 พฤษภาคม 2569) พบว่า มีร้านค้าแห่สมัครเข้าร่วมโครงการใหม่ในวันเดียวสูงถึง 12,840 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของพ่อค้าแม่ค้า และผู้ประกอบการรายย่อย ต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เปิดสถิติ 3 วันแรก ร้านค้าแห่ร่วม “ไทยช่วยไทย พลัส” คึกคัก

จากการเปรียบเทียบข้อมูลการลงทะเบียนร้านค้าใหม่ตลอด 3 วันที่ผ่านมา พบว่า ตัวเลขเติบโตอย่างต่อเนื่อง ดังนี้:

  • 25 พฤษภาคม 2569 มีผู้สมัครใหม่จำนวน 12,429 ราย
  • 26 พฤษภาคม 2569 มีผู้สมัครใหม่จำนวน 10,244 ราย
  • 27 พฤษภาคม 2569 มีผู้สมัครใหม่จำนวน 12,840 ราย (ยอดสูงสุด)

"ตัวเลขการสมัครที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องสะท้อนว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากเห็นถึงโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและการกระตุ้นยอดขายผ่านโครงการของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลจะเร่งอำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและอนุมัติร้านค้า เพื่อให้สามารถเข้าร่วมโครงการและเริ่มใช้งานได้อย่างรวดเร็วที่สุด" รองโฆษกฯ กล่าว

ร้านค้าพร้อมใช้งานทะลุ 6 แสนราย รัฐฯ เร่งอนุมัติช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

นอกจากยอดสมัครใหม่จะพุ่งสูงแล้ว จำนวนร้านค้าที่ “ลงทะเบียนสำเร็จและพร้อมใช้งาน” ก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน โดยเฉพาะในวันที่ 27 พฤษภาคม มีร้านค้าผ่านการตรวจสอบเพิ่มขึ้นถึง 10,576 ราย ซึ่งสูงกว่าวันแรกของการเปิดสมัครกว่า 2 เท่า

ส่งผลให้ปัจจุบัน โครงการไทยช่วยไทย พลัส มีร้านค้าที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลและพร้อมใช้งานรวมทั้งสิ้นแล้วถึง 605,812 ราย ทั่วประเทศ

รัฐบาลเชื่อมั่นว่า มาตรการนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการลดภาระค่าครองชีพและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง