คลังย้ำ "ไทยช่วยไทยพลัส" ปิดลงทะเบียน 29 พ.ค.69 นี้ เวลา 4 ทุ่ม ไม่มีขยายเวลาแน่นอน ล่าสุดเหลือไม่ถึง 5 ล้านสิทธิ ดีเดย์เริ่มใช้เงินงวดแรก 1 มิ.ย.69 นี้
คลัง ยืนยัน ไม่ขยายเวลาลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส 60/40" สิ้นสุดวันศุกร์ที่ 29 พ.ค.2569 เวลา 22.00 น. เผยล่าสุดเหลือสิทธิอีกประมาณ 4.8 ล้านสิทธิ ชี้กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไม่ต้องลงทะเบียน รัฐเพิ่มเงินให้เป็น 1,000 บาทอัตโนมัติ ด้านธนาคารกรุงไทยแนะ 3 ช่องทางยืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง เลี่ยงคิวยาวที่สาขา
กระทรวงการคลัง แถลงความคืบหน้าโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" โดยนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ยอดผู้ลงทะเบียนเริ่มทรงตัว และคาดว่าอาจจะไม่ถึงเป้าหมาย 30 ล้านคน ยืนยันว่า จะไม่มีการขยายเวลาลงทะเบียนเพิ่มเติมอย่างแน่นอน โดยจะปิดระบบตามกำหนดการเดิมในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม นี้ เวลา 22.00 น. หรืออาจปิดก่อนกำหนดหากสิทธิโควตาเต็ม เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" ให้ประชาชนสามารถเริ่มใช้จ่ายงวดแรกได้ทันทีในวันที่ 1 มิถุนายน 2569 นี้
ด้าน นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า ล่าสุด (ณ วันที่ 27 พ.ค.69) ยังมีสิทธิเหลืออีกกว่า 4.8 ล้านสิทธิ ซึ่งเพียงพอต่อความต้องการ ขอให้ประชาชนไม่ต้องกังวล
เงื่อนไข และวงเงินสิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส 60:40" ได้กี่บาท?
สำหรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60:40) มีรูปแบบการใช้จ่ายแบบร่วมจ่าย (Co-pay) โดยมีรายละเอียด ดังนี้
- รัฐบาลสนับสนุน 60% (คิดเป็นเงิน 1,000 บาท/เดือน)
- ประชาชนร่วมจ่าย 40% (คิดเป็นเงินประมาณ 666.67 บาท/เดือน)
- ยอดใช้จ่ายรวมสูงสุด 1,666.67 บาท/เดือน
- ระยะเวลาโครงการ ต่อเนื่อง 4 เดือน (รวมรับเงินจากรัฐ 4,000 บาท และประชาชนจ่ายเอง 2,666.67 บาท รวมมูลค่าสินค้า 6,666.67 บาท)
ทั้งนี้ เงินสนับสนุนจากรัฐจำนวน 1,000 บาทในแต่ละเดือน ต้องใช้ให้หมดภายในเดือนนั้นๆ จะไม่มีการสะสมหรือสมทบยอดไปในเดือนถัดไป
ผู้ถือ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ต้องลงทะเบียนไหม?
โฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงว่า ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่ต้องลงทะเบียนโครงการไทยช่วยไทยพลัส เนื่องจากระบบจะบล็อกสิทธิอัตโนมัติจากเลขบัตรประชาชน 13 หลัก แต่ผู้ถือบัตร จะได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบอื่นแทน คือ:
- รัฐบาลจะเติมเงินเพิ่มให้อีก 700 บาท (จากเดิมได้รับ 300 บาท)
- รวมเป็น 1,000 บาท/เดือน
- สามารถนำไปใช้จ่ายได้ทันทีโดยไม่ต้องร่วมจ่ายเงินตัวเอง
สรุปยอดลงทะเบียนล่าสุด (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤษภาคม)
- ผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 25,393,255 ราย
- ผ่านคุณสมบัติแล้ว 24,353,512 ราย
- ไม่ผ่านคุณสมบัติ 447,796 ราย
- สิทธิคงเหลือ 4,801,167 สิทธิ (ข้อมูล ณ เวลา 14.06 น.)
3 ช่องทาง "ยืนยันตัวตนแอปเป๋าตัง" ไม่ต้องง้อคิวธนาคาร
สำหรับปัญหาประชาชนล้นธนาคารกรุงไทย เนื่องจากลืมรหัสผ่านหรือเปลี่ยนโทรศัพท์ใหม่จนต้องดาวน์โหลดแอป "เป๋าตัง" และยืนยันตัวตนใหม่นั้น ธนาคารกรุงไทยได้เพิ่มเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก และแนะนำให้ยืนยันตัวตนผ่าน 3 ช่องทางหลัก ดังนี้:
1. ตู้ ATM กรุงไทย สีเทา (สะดวกที่สุด ไม่ต้องใช้บัตร ATM)
- ไปที่ตู้ ATM กรุงไทยสีเทา เลือกเมนู "ยืนยันตัวตน" บนหน้าจอ (ไม่ใช่การกดเงิน)
- สอด บัตรประชาชนตัวจริง เข้าไปในช่องยืนยันตัวตน
- รอระบบตรวจสอบข้อมูล และใบหน้า เมื่อเสร็จสิ้นสามารถดึงบัตรออกได้ทันที
2. สาขาธนาคารกรุงไทย ทั่วประเทศ
- นำบัตรประชาชนตัวจริงติดต่อเจ้าหน้าที่ ที่เคาน์เตอร์ทุกสาขา เพื่อทำการยืนยันตัวตนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-KYC)
3. แอปพลิเคชัน Krungthai NEXT / บริการ NDID
- สำหรับลูกค้าเดิม : เข้าแอป Krungthai NEXT ไปที่ ตั้งค่า > ตั้งค่าความปลอดภัย > ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้ากับธนาคาร
- สำหรับลูกค้าใหม่ : เลือกยืนยันตัวตนผ่านบริการ NDID ด้วยแอปพลิเคชันของธนาคารอื่นที่มีบัญชี และเคยยืนยันตัวตนไว้แล้ว
ประชาชนที่สนใจ และยังไม่ได้ลงทะเบียน สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ หรือแอปพลิเคชันเป๋าตัง จนถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 22.00 น. นี้เท่านั้น
พิสูจน์อักษร....สุรีย์ ศิลาวงษ์

