วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

“สนธิรัตน์” แนะ”ไทยช่วยไทยพลัส”ต้องช่วยคนที่จำเป็นที่สุดลำดับแรก

“สนธิรัตน์” แนะจัดลำดับ”ไทยช่วยไทยพลัส” ต้องช่วยคนที่จำเป็นที่สุดก่อน เพื่อให้การใช้งบประมาณดูแลประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ตอบโจทย์”ช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า”

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน โพสท์เฟซบุ๊คส่วนตัวในเช้าวันนี้(27พ.ค.69) ระบุว่า ตอนที่ผมมีโอกาสดำเนินโครงการ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เมื่อช่วงปี 2560 เป้าหมายตั้งแต่วันแรกไม่ใช่แค่การทำ “บัตรคนมีรายได้น้อย” แต่คือการวางระบบใหม่ให้รัฐสามารถช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนจริงได้ตรงจุดมากขึ้น

“หัวใจของโครงการนี้คือการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง คนรายได้น้อย ผู้สูงอายุ คนพิการ เกษตรกร แรงงานนอกระบบ และคนที่อาจไม่มีหลักประกันทางเศรษฐกิจมากพอเวลาประเทศเจอวิกฤต”

เพราะที่ผ่านมา เวลารัฐออกมาตรการช่วยเหลือแบบกว้างๆ เรามักเจอปัญหาว่าเงินไปถึงคนจำนวนมากก็จริง แต่ไม่ได้แปลว่าจะไปถึงคนที่จำเป็นที่สุดเสมอไป บัตรสวัสดิการแห่งรัฐจึงเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิด “ช่วยเหลือแบบมุ่งเป้า”
 

สิ่งที่สำคัญมากในตอนนั้นคือ การออกแบบช่องทางให้คนเข้าถึงได้มากที่สุด ไม่ใช่บอกให้ทุกคนไปสมัครออนไลน์แล้วจบ เพราะคนเปราะบางจำนวนมากอาจไม่มีสมาร์ตโฟน ไม่มีอินเทอร์เน็ต หรือไม่คุ้นกับระบบดิจิทัล

เราจึงต้องมีหลายช่องทาง ทั้งธนาคาร หน่วยงานรัฐในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ช่วยลงทะเบียน และระบบตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อให้คนที่ควรได้รับความช่วยเหลือไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพียงเพราะเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี

ต่อมานโยบายลักษณะนี้ถูกพัฒนาต่อมากขึ้น รัฐเริ่มใช้ข้อมูล เทคโนโลยีอีเพย์เมนท์ (e-payment) และระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยออกแบบมาตรการ ทั้งเพื่อโอนเงินให้เร็วขึ้น ตรวจสอบได้มากขึ้น และเชื่อมโยงกับร้านค้าหรือประชาชนได้กว้างขึ้น โดยเฉพาะสิ่งที่น่าภูมิใจคือการกำเหนิดร้านค้าประชารัฐที่ผยุงร้านโชวห่วยไม่ให้ล้มหายตายจากแต่กลับเติบโตมาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้
 

 จนมาถึงโครงการอย่าง ไทยช่วยไทยพลัส ในวันนี้ คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่ารัฐจะช่วยกี่บาท หรือมีคนใช้สิทธิมากแค่ไหน แต่ต้องถามด้วยว่า คนที่จำเป็นที่สุดเข้าถึงสิทธิได้จริงหรือไม่ และระบบออกแบบมาให้เป็นธรรมหรือยัง

“สำหรับผม นโยบายของรัฐไม่ควรเป็นเรื่องของใครมาก่อนได้ก่อน ใครกดทันก่อน หรือใครเข้าถึงเทคโนโลยีได้ดีก่อน แต่ควรตั้งอยู่บนหลักง่าย ๆ ว่า คนที่จำเป็นก่อน ต้องได้ก่อน เพราะนี่คือหัวใจของการใช้งบประมาณเพื่อดูแลประชาชนอย่างแท้จริง”