วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สทนช. เตือน 4 เขื่อนใหญ่น้ำเกินความจุ รับมือฝนตกหนัก 28-31 พ.ค. นี้

สทนช. เตือน 4 เขื่อนใหญ่น้ำเกินความจุ รับมือฝนตกหนัก 28-31 พ.ค. นี้

สทนช. เตือนรับมือร่องมรสุมทำฝนตกหนักถึงหนักมาก 28-31 พ.ค. นี้ สั่งเฝ้าระวัง 4 เขื่อนใหญ่ กิ่วลม-แม่จาง-น้ำพุง-ลำปาว ปริมาณน้ำพุ่งสูงเกินความจุ

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ ประจำวันที่ 26 พ.ค. 69 เตือนประชาชนเตรียมพร้อมรับมือสภาพอากาศแปรปรวน หลังพบมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุม ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก

นอกจากนี้ สทนช. ยังสั่งจับตาเป็นพิเศษกับ 4 แหล่งน้ำขนาดใหญ่ ที่มีปริมาณน้ำสูงเกินระดับเก็บกักสูงสุด (Upper Rule Curve) รวมถึงอ่างเก็บน้ำขนาดกลางอีกหลายแห่งทั่วประเทศ

จับตา 28-31 พ.ค. ร่องมรสุมพาดผ่าน ฝนตกหนักถึงหนักมาก

จากรายงานคาดการณ์สภาพอากาศ ช่วงวันที่ 28 - 31 พ.ค. 69 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่

สาเหตุเกิดจากร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

เปิดสถิติจังหวัดฝนตกสูงสุดรายภาค (ข้อมูล ณ วันที่ 26 พ.ค. 69)

  • ภาคใต้ : จ.พังงา (ตกหนักสุดในประเทศ วัดได้ 157 มม.)
  • ภาคตะวันตก : จ.ราชบุรี (71 มม.)
  • ภาคตะวันออก : จ.ตราด (67 มม.)
  • ภาคเหนือ : จ.แม่ฮ่องสอน (60 มม.)
  • ภาคตะวันเฉียงเหนือ : จ.บุรีรัมย์ (57 มม.)
  • ภาคกลาง : จ.สุพรรณบุรี (25 มม.)

เช็กสถานการณ์น้ำในเขื่อน : เฝ้าระวัง 4 เขื่อนใหญ่ และ 27 อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง

ปัจจุบันปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศอยู่ที่ 57% ของความจุเก็บกัก (คิดเป็น 45,669 ล้าน ลบ.ม.) โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้จริงอยู่ที่ 38% (21,559 ล้าน ลบ.ม.)

อย่างไรก็ตาม มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ต้องเฝ้าระวังน้ำมาก เนื่องจากมีปริมาณน้ำสูงกว่าระดับเก็บกักสูงสุด จำนวน 4 แห่ง ได้แก่:

  1. ภาคเหนือ เขื่อนกิ่วลม และ เขื่อนแม่จาง
  2. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขื่อนน้ำพุง และ เขื่อนลำปาว

นอกจากนี้ ยังมีอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำเก็บกักมากกว่า 80% อีกจำนวน 27 แห่ง กระจายอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ดังนี้:

  • ภาคเหนือ 11 แห่ง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12 แห่ง
  • ภาคตะวันตก 2 แห่ง
  • ภาคใต้ 2 แห่ง

เจาะลึกปริมาณน้ำรายภาค และ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สรุปปริมาณน้ำแยกตามรายภาค

  • ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 15,287 ล้าน ลบ.ม. (55%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 5,600 ล้าน ลบ.ม. (46%)
  • ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 607 ล้าน ลบ.ม. (31%)
  • ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 1,112 ล้าน ลบ.ม. (35%)
  • ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำ 18,453 ล้าน ลบ.ม. (65%)
  • ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 4,610 ล้าน ลบ.ม. (60%)

สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำสำคัญของประเทศ ปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนหลักยังคงอยู่ในระดับที่รองรับน้ำฝนรอบใหม่ได้ แต่เขื่อนทางตอนล่างเริ่มมีปริมาณน้ำลดลง

  • เขื่อนภูมิพล : มีปริมาณน้ำ 57% (7,696 ล้าน ลบ.ม.)
  • เขื่อนสิริกิติ์ : มีปริมาณน้ำ 55% (5,238 ล้าน ลบ.ม.)
  • เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน : มีปริมาณน้ำ 26% (240 ล้าน ลบ.ม.)
  • เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ : มีปริมาณน้ำ 17% (168 ล้าน ลบ.ม.)

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในช่วงวันที่ 28 - 31 พ.ค. นี้อย่างใกล้ชิด