วันจันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ตีสนิทชวนลงทุนผ่านแอปปลอม TIKTOK สูญเงินหลายแสน บุกจับสาวแสบ

ตีสนิทชวนลงทุนผ่านแอปปลอม TIKTOK สูญเงินหลายแสน บุกจับสาวแสบ

ภัยออนไลน์ ตีสนิทชวนลงทุนผ่านแอปปลอม TIKTOK สูญเงินหลายแสน ล่าสุดตำรวจบุกจับสาวแสบ

เช็กเลย ภัยออนไลน์ ตีสนิทชวนลงทุนผ่านแอปปลอม TIKTOK สูญเงินหลายแสน ล่าสุดตำรวจบุกจับสาวแสบ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฎิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นางสาว ก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 699/2568 ลงวันที่ 8 ธันวาคม 2568 ในความผิดฐาน

เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน (บัญชีม้า) โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ถนนเทอดดำริ แขวงจตุจักร เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางปี 2568 ผู้เสียหายได้รับการติดต่อผ่านแอปพลิเคชันไลน์จากมิจฉาชีพ โดยได้เข้ามาพูดคุยตีสนิทและสอบถามปัญหาด้านการเงิน

ก่อนจะชักชวนให้หารายได้เสริมด้วยการเปิดร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มที่คนร้ายสร้างขึ้นมาปลอมแปลงให้คล้ายกับแอปพลิเคชัน TIKTOK โดยอ้างว่าสามารถสร้างรายได้ดีจากการขายสินค้า

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้กดลิงก์ลงทะเบียนเปิดร้านค้า หลังจากนั้นคนร้ายได้ออกอุบายให้ผู้เสียหายลงทุนซื้อสินค้าและรับออเดอร์ผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว ซึ่งมีการแสดงยอดคำสั่งซื้อสินค้าเสมือนจริง เช่น เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า และนาฬิกา

โดยหลอกว่าเมื่อลูกค้ารับสินค้าและระบบเสร็จสมบูรณ์ จะสามารถถอนเงินทุนคืนพร้อมกำไรได้ร้อยละ 15 ของยอดขาย แต่เมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปแล้ว ระบบกลับแจ้งว่าต้องเติมเงินเพิ่มเพื่อแก้ไขรายการผิดพลาด เพิ่มเครดิต และปลดล็อกการถอนเงิน

ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อทยอยโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารของกลุ่มผู้ต้องหา รวมทั้งสิ้น 641,000 บาท สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินได้ จึงรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความร้องทุกข์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสืบทราบว่า นางสาว ก ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในเจ้าของบัญชีม้าที่รับโอนเงิน กำลังจะเดินทางขึ้นพื้นที่ภาคเหนือ จึงได้นำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวไว้ได้

จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้รับจ้างเปิดบัญชีม้าจากเพจหางานในเฟซบุ๊ก โดยถูกพาตัวมากรุงเทพฯ เพื่อส่งมอบโทรศัพท์และสมุดบัญชีให้กลุ่มนายทุนชาวจีน

จากนั้นได้ตระเวนกดเงินตามตู้เอทีเอ็มย่านบางนา รวมยอดเงินกว่า 6,000,000 บาท ได้รับค่าจ้าง 13,000 บาท และยังพบว่ามีคดีลักษณะเดียวกันติดตัวอยู่อีกหลายท้องที่

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ. ดำเนินการ

cr. ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)