วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เตือน 7 จังหวัดภาคกลาง รับมือน้ำเหนือหลาก ระดับน้ำพุ่ง 1-1.50 เมตร

เตือน 7 จังหวัดภาคกลาง รับมือน้ำเหนือหลาก ระดับน้ำพุ่ง 1-1.50 เมตร

ชลประทานที่ 12 ประกาศฉบับที่ 1 เตือน 7 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เฝ้าระวังน้ำเหนือหลาก หลังเขื่อนเจ้าพระยาจ่อปรับระบายน้ำ ดันระดับน้ำท้ายเขื่อนพุ่งสูง 1-1.50 เมตร

สำนักงานชลประทานที่ 12 ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 1 เผยน้ำหลากจากตอนบนดันยอดน้ำเขื่อนเจ้าพระยาพุ่ง เตรียมปรับการระบายน้ำเตือน 7 จังหวัดภาคกลางและผู้ประกอบการริมน้ำเฝ้าระวังใกล้ชิด

นายสงกรานต์ ชลอศรีทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 12 ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 1 ส่งตรงถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาจำนวน 7 จังหวัด เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำหลากในระยะนี้

7 จังหวัดลุ่มน้ำเจ้าพระยา เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

  1. จังหวัดอุทัยธานี
  2. จังหวัดชัยนาท
  3. จังหวัดสิงห์บุรี
  4. จังหวัดอ่างทอง
  5. จังหวัดสุพรรณบุรี
  6. จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  7. จังหวัดลพบุรี

เปิดสาเหตุระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น

เนื่องจากปัจจุบันมีมวลน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาไหลลงสู่บริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลล่าสุดจาก สถานีวัดน้ำ C.2 อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ตรวจวัดปริมาณน้ำไหลผ่านจุดวัดอยู่ที่ 1,058 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที มวลน้ำดังกล่าวได้ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนยกตัวสูงขึ้น

ทั้งนี้ ทางเขื่อนเจ้าพระยาจำเป็นต้องรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุมไม่ให้เกินระดับ +16.60 เมตร/รทก. โดยคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้น และจะควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ 500 - 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

พื้นที่ได้รับผลกระทบ : การปรับเพิ่มการระบายน้ำในครั้งนี้ จะส่งผลทำให้พื้นที่ริมน้ำมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท ไปจนถึงบริเวณ ตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา และตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 1 - 1.50 เมตร อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นดังกล่าวยังคงต่ำกว่าตลิ่งลำน้ำ

อัปเดตสถานการณ์น้ำล่าสุด (ณ วันที่ 24 พฤษภาคม 2569)

สำนักงานชลประทานที่ 12 ได้เปิดเผยตัวเลขการบริหารจัดการน้ำปัจจุบัน ดังนี้

  • สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำไหลผ่านอยู่ที่ 1,058 ลบ.ม./วินาที
  • เขื่อนเจ้าพระยา (เหนือเขื่อน) ระดับน้ำอยู่ที่ 16.56 เมตร/รทก.
  • เขื่อนเจ้าพระยา (ท้ายเขื่อน) ระดับน้ำอยู่ที่ 8.60 เมตร/รทก. (ยังห่างจากตลิ่ง 7.74 เมตร)

อัตราการระบายน้ำปัจจุบัน : เขื่อนเจ้าพระยาตรึงอัตราการระบายน้ำผ่านเขื่อนอยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ชลประทานย้ำ ยันพร้อมควบคุมน้ำไม่ให้กระทบพื้นที่เกษตร

ทางสำนักงานชลประทานที่ 12 ยืนยันว่าจะควบคุมปริมาณการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว ด้วยการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำและการเกษตรของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ หากในอนาคตมีปริมาณน้ำหลากเพิ่มขึ้น จนส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทางสำนักงานฯ จะแจ้งให้ทราบในประกาศฉบับต่อไปทันที

ข้อแนะนำสำหรับประชาชนและผู้ประกอบการ

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและลดความสูญเสียจากสถานการณ์น้ำ สำนักงานชลประทานที่ 12 ขอประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัท ห้างร้าน ที่ประกอบกิจการในแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย อาทิ:

  • งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง
  • แพร้านอาหารริมน้ำ
  • ผู้เลี้ยงปลากระชัง
  • ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำ

ขอให้เฝ้าระวัง ติดตามข่าวสาร และสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดในระยะนี้