วิธีลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ฉบับร้านค้า-รถสาธารณะ เช็กขั้นตอนสมัครกลุ่มเก่า-ใหม่ และเงื่อนไขที่ต้องรู้ก่อนเปิดรับเงิน 25 พ.ค. นี้!
นับถอยหลังสู่เวลา 06.00 น. ของวันที่ 25 พฤษภาคม 2569 รัฐบาล เตรียมเปิดตัวโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” บิ๊กโปรเจกต์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและลดค่าครองชีพครั้งใหญ่ โดยฝั่งประชาชนเตรียมตัวจับจองสิทธิลดค่าใช้จ่ายสูงสุดถึง 60% ขณะเดียวกันก็เปิดระบบให้ร้านค้าไทยช่วยไทย พลัส รายย่อย ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะ ลงทะเบียนร่วมโครงการเพื่อเตรียมรับชำระเงินได้ยาวไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดโอกาสสร้างรายได้และเซฟเงินในกระเป๋า บทความนี้มัดรวมคุณสมบัติ สิ่งที่ต้องเตรียม และขั้นตอนการสมัครแบบเข้าใจง่าย (How-to) ทั้งฝั่งร้านค้าและประชาชนมาให้เช็กก่อนระบบเปิดแล้วที่นี่!
เช็กคุณสมบัติ : ร้านค้าแบบไหนสมัครไทยช่วยไทย พลัสได้?
ก่อนไปดูขั้นตอนการลงทะเบียน มาดูกันก่อนว่าธุรกิจของคุณตรงตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดไว้หรือไม่
ร้านค้าที่เข้าร่วมได้
- ร้านอาหาร เครื่องดื่ม และร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป
- ร้านธงฟ้า, วิสาหกิจชุมชน, กองทุนหมู่บ้าน, ร้านค้าชุมชน
- ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ (รถไฟฟ้า, รถเมล์, เรือโดยสาร, รถร่วมบริการ)
- นิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี
เงื่อนไขสำคัญ : กิจการต้องสามารถตรวจสอบได้ และไม่เคยถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนจากโครงการของรัฐในอดีต (เช่น คนละครึ่ง ทุกเฟส หรือ คนละครึ่ง พลัส)
ร้านค้าและสินค้าที่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ (ยกเว้น)
- ร้านสะดวกซื้อประเภทแฟรนไชส์
- ธุรกิจรับสินค้าผู้อื่นมาจำหน่ายในลักษณะตัวแทน
สินค้า/บริการที่ยกเว้น : สลากกินแบ่งรัฐบาล, เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ผลิตภัณฑ์ยาสูบ, บัตรกำนัล/บัตรเงินสด และบริการชำระเงินล่วงหน้า
วิธีลงทะเบียน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” (แบ่งตามกลุ่มร้านค้า)
การสมัครจะถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มตามประวัติการเข้าร่วมโครงการรัฐ ดังนี้
กลุ่มที่ 1 : ร้านค้าเดิม (เคยร่วมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส")
กลุ่มนี้ง่ายที่สุด ไม่ต้องยื่นเอกสารใหม่
- เข้าไปที่แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” แล้วกด "ยืนยันสิทธิ" เข้าร่วมโครงการได้ทันที
กลุ่มที่ 2 : ร้านค้าใหม่ (ไม่เคยร่วมโครงการ "คนละครึ่ง พลัส")
สำหรับร้านค้าใหม่ มีขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้
1. ตรวจสอบและดาวน์โหลดเอกสาร : เตรียมตัวก่อนสมัคร
- เข้าเว็บไซต์ ไทยช่วยไทยพลัส.th/howto/merchant เพื่อตรวจสอบประเภทกิจการ และดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร
2. ขอการรับรองกิจการ : สำหรับร้านที่ไม่มีข้อมูลในระบบรัฐ
- นำแบบฟอร์มไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทย/กรุงเทพมหานครมอบหมาย เพื่อเซ็นรับรองว่ามีการประกอบกิจการจริง (ป้องกันการสวมสิทธิ)
3. เปิดบัญชีและอัปเดตแอปฯ : เตรียมระบบรับเงิน
- เปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย (ประเภทบุคคลธรรมดา) สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่านเว็บไซต์ และอัปเดตแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
4. ยื่นเอกสารที่ธนาคาร : 25 พ.ค. - 31 ก.ค. 2569
- นำเอกสารทั้งหมดที่ได้รับการรับรองแล้ว ไปยื่นสมัคร ณ จุดตั้งบูธของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ
5. กดยอมรับเงื่อนไขบนแอปฯ : ขั้นตอนสุดท้าย
- เมื่อผ่านการพิจารณา ระบบจะส่ง SMS แจ้งผล ให้คุณเข้าแอปฯ ถุงเงิน จะมีแบนเนอร์ “ไทยช่วยไทย พลัส” ปรากฏขึ้นมา ให้กด "ยอมรับเงื่อนไขโครงการ" เป็นอันเสร็จสิ้น
กลุ่มที่ 3: ผู้ประกอบการขนส่งมวลชนสาธารณะ
- สามารถติดต่อเพื่อสมัครเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้โดยตรงกับธนาคารกรุงไทยทุกสาขา
กรอบเวลาโครงการที่ร้านค้าต้องรู้
- ระยะเวลาเปิดรับสมัครร้านค้า วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569
- ระยะเวลาเปิดรับชำระเงิน วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569
- เวลาที่เปิดให้สแกนซื้อขายประจำวัน เวลา 06.00 – 23.00 น. ของทุกวัน
ทั้งนี้ ภาครัฐจะโอนเงินส่วนที่รัฐช่วยจ่าย (Co-pay) เข้าบัญชีร้านค้าผ่านแอปฯ ถุงเงิน ตามรอบ หากเกิดกรณีโอนเงินไม่สำเร็จ ระบบจะทำการ Retry (พยายามโอนใหม่) ให้ทุกวันศุกร์ จนถึงวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ดังนั้น สบายใจได้ว่าได้เงินครบแน่นอนหากทำถูกกติกา

