วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ขยายผล‘ครูบัญชีอาสา’ ทำบัญชีฟาร์มเกษตร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

ขยายผล‘ครูบัญชีอาสา’ ทำบัญชีฟาร์มเกษตร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ขยายผลครูบัญชีอาสา กว่า 6,000 คน ตัวช่วยเกษตรกรจัดทำบัญชีฟาร์มครัวเรือน วางแผนการผลิต สู่ความยั่งยืน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

นางพิศมัย อรรถธรรมสุนทร รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงโครงการครูบัญชีอาสา และความก้าวหน้าในการฝึกอบรมทำบัญชีแก่เกษตรกร และเด็กในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ที่อยู่ในความดูแลของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ที่ดำเนินการมาแล้ว 24 ปี ปัจจุบันมีครูบัญชีอาสาทั่วประเทศประมาณ 6,000 กว่าคน ช่วยเจ้าหน้าที่ในการฝึกอบรม 

ครูบัญชีอาสาถือเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน เริ่มต้นโครงการมาตั้งแต่ปี 2545 โดยรัฐบาลมีนโยบายให้เกษตรกรจัดทำบัญชีครัวเรือนเพื่อฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรรรม โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์และกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกันจัดอบรมความรู้การทำบัญชีให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ จึงได้เริ่มต้นพัฒนาครูบัญชีอาสาในการถ่ายทอดความรู้การจัดทำบัญชีฟาร์มให้กับเกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการผลิตลงได้

ทั้งนี้ เนื่องจากบุคคลากรกรมตรวจบัญชี มีจำกัด จึงได้พัฒนาให้มีคุณครูบัญชีอาสาขึ้นมา โดยนำนโยบายรัฐบาลแปลงไปสู่เพื่อนเกษตรกรด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย และเป็นต้นแบบให้กับเกษตรกรได้ดูเป็นตัวอย่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

เนื่องจากครูบัญชีอาสาเป็นเกษตรกรอยู่แล้วและได้มีการจัดทำบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เมื่อดูตัวอย่างการทำบัญชีของครูแล้วเกษตรกรสามารถทำตามตัวอย่างได้ทันที

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายในครัวเรือนและบัญชีต้นทุนอาชีพนั้น มีความสำคัญอย่างมากเพราะเกษตรกรสามารถรู้ได้ทันทีจากการจดบันทึกในบัญชีครัวเรือน ว่าแต่ละวันมีรายรับรายจ่ายอะไรเกิดขึ้นบ้าง สามารถนำมาคำนวณต้นทุนการผลิตที่เกิดขึ้น ส่วนใดที่ไม่จำเป็นก็สามารถลดค่าใช้จ่ายลง ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้อย่างลงตัว

ขยายผล‘ครูบัญชีอาสา’ ทำบัญชีฟาร์มเกษตร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

“ถ้าเราทำบัญชี เราจะรู้ว่าค่าใช้จ่ายในบ้านที่เกิดขึ้นเป็นอย่างไรบ้าง การลงทุนปลูกพืชแต่ละชนิด หรือเลี้ยงสัตว์แต่ละชนิด เป็นอย่างไร ในแต่ละฤดูกาล มีการขายเป็นอย่างไร ราคาขึ้นลงแต่ละฤดูกาลแตกต่างกันอย่างไร ก็จะถูกบันทึกไว้ในบัญชีครัวเรือน ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตได้และพืชชนิดไหนควรปลูกต่อไปหรือไม่หรือจะต้องมีการปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อจะได้ลดค่าใช้จ่ายลง อันนี้ช่วยได้มาก ที่สำคัญยังเป็นการน้อมนำเศรษฐกิจพอเพียง ปรัชญาในหลวงรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้อีกด้วย” นางพิศมัย กล่าว

รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ยังกล่าวถึงหัวใจของเป็นครูบัญชีอาสาด้วยว่า ต้องมีใจรักและอยากช่วยเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน เนื่องจากรัฐไม่มีสิ่งตอบแทนใด ๆ แต่รายชื่อจะถูกบันทึกไว้ในโครงการครูบัญชีอาสา โดยวันที่ 9 พฤษภาคมของทุกปี เป็นวันครูบัญชีอาสา เพื่อยกย่องเชิดชูเกียจที่ครูทุกคนมีจิตอาสาให้ความรู้เป็นวิทยาทานแก่เกษตรกร และนักเรียนเรียน เปรียบเสมือนแสงสว่างทางบัญชีไปสู่ชุมชน แล้วยังได้รับการคัดเลือกรางวัลเกษตรกรดีเด่นสาขาบัญชีฟาร์มระดับจังหวัด ระดับภาคและระดับประเทศด้วย ถือเป็นเกียติประวัติแก่ครอบครัวและวงศ์ตระกูลสืบไป

ตอนนี้มีครูบัญชีอาสาที่อยู่ในทะเบียน ประมาณ 6,000 ท่าน ระดับจังหวัด 1,409 ท่าน ระดับเขต 189 ท่าน และได้รับรางวัลครูดีเด่นระดับประเทศ ตั้งแต่ปี 2548 จนปัจจุบัน ทั้งหมด 21 ท่าน  ส่วนการคัดเลือก เราคัด 77 ท่านจาก 77 จังหวัดมาสู่เขต

กรมตรวจบัญชีฯ มี 10 เขต ก็คัดมาเขตละท่าน จาก 10 เขตก็จะมีคณะกรรมการคัดเลือกให้เลือกเพียง 3 ท่าน โดยพิจารณาจากผลงานเชิงประจักษ์ แล้วคัดเลือกมา 1 ท่าน ที่คู่ควรได้ดีเด่นระดับประเทศ ที่จะรับรางวัลจากในหลวง ปีนี้ได้คุณสุริยา ขันแก้ว” รองอธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ กล่าว

นางพิศมัย ยังกล่าวถึงจุดเด่นของครูสุริยา ขันแก้ว เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาบัญชีฟาร์มประจำปี 2569 ว่า รู้จักใช้บัญชีเป็นเข็มทิศนำทางในการวางแผนการผลิต จนประสบความสำเร็จในปัจจุบัน และสามารถเผยแพร่ความรู้ทางบัญชีแก่เพื่อนเกษตรกร จนเป็นที่ยอมรับในหมู่เกษตรกรด้วยกัน

ขยายผล‘ครูบัญชีอาสา’ ทำบัญชีฟาร์มเกษตร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน

ด้าน นายสุริยา ขันแก้ว เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติสาขาบัญชีฟาร์ม ประจำปี 2569 เล่าถึงที่มาว่า หลังออกจากงานประจำก็กลับบ้าน จ.แพร่ มาทำอาชีพเกษตรผสมผสาน ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่ก็ขาดทุนทุกปี จนได้มีการอบรมการทำบัญชีรายรับรายจ่ายครัวเรือนจากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดแพร่ ทำให้ได้รู้สาเหตุของการขาดทุน ก่อนที่เข้าร่วมโครงการครูบัญชีอาสากับกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในเวลาต่อมา

“เมื่อก่อนผมทำงานเป็นวิศวกรให้กับบริษัทญี่ปุ่น ที่กรุงเทพฯ เงินเดือน 6 หมื่นกว่าบาท ปี 60 บริษัทยุบ กลับมาอยู่บ้านไม่มีเงินเดือนเลย ที่บ้านพอมีที่มีทางก็ลองทำเกษตรดู ทำผิด ๆ ถูก ๆ  มีเงินลงทุนอยู่แสนหนึ่ง ปลูกข้าวก็เจ๊ง ปลูกผักก็ขาดทุน มาเจอกับสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัดแพร่ เชิญมาอบรม พบทางสว่างเลย จึงทำให้เรารู้สาเหตุการขาดทุน เพราะมีการลงบันทึกรายละเอียดทุกรายรับรายจ่าย“ เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ 2569 กล่าวและว่า

การทำบัญชีฟาร์ม คือกุญแจสำคัญของพี่น้องเกษตรกรที่นำไปสู่ความสำเร็จในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เนื่องจากมีการจดบันทึกทุกรายละเอียด รายรับ รายจ่าย แล้วนำมาวิเคราะห์หาสาเหตุของการขาดทุน กำไร ทั้งยังสามารถกำหนดทิศทาง การประกอบอาชีพเกษตรกรรมของเราได้อีกด้วย

“ช่วงนี้ปุ๋ยก็แพง ยาก็แพง น้ำมันก็แพง ข้าวราคาถูก แต่บัญชีแก้ได้ ผมจะจดทุกครั้ง ค่าอะไรเท่าไหร่ วิเคราะห์ได้ นา 1 ไร่ใช้ปุ๋ย 1 กระสอบๆ ละพันบาท ตอนนี้ขึ้นมาเป็นพันห้าแล้ว เพราะฉะนั้นตัวไหนที่ผมจะลดต้นทุนได้ ผมก็จะลด เพราะการทำบัญชีฟาร์มสามารถมองออกว่าจะลดต้นทุนตัวไหนได้บ้าง” นายสุริยาให้มุมมอง

พร้อมเชิญชวนเพื่อนเกษตรกร สมัครเข้าร่วมโครงการครูบัญชีอาสา สามารถติดต่อได้ที่สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์จังหวัด ทุกจังหวัดทั่วประเทศ