ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน 13 ล้าน โดนหลอกลงทุนคริปโต ล่าสุดตำรวจบุกจับที่ในพื้นที่ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
กรณีร่วมกันฉ้อโกงประชาชน 13 ล้าน โดนหลอกลงทุนคริปโต ล่าสุดตำรวจบุกจับที่ในพื้นที่ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นางสาว ก ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดธัญบุรีที่ 67/2568 ลงวันที่ 21 มกราคม 2568 กระทำความผิดฐาน
ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ และเป็นผู้เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน (บัญชีม้า)
ตำรวจบุกจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่บริเวณจุดจอดรถ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี
สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้พบโฆษณาชวนลงทุน บนเฟซบุ๊ก (Facebook) ชักชวนให้ร่วมลงทุนซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล (คริปโตเคอร์เรนซี) โดยอ้างว่าจะได้รับผลกำไรตอบแทนสูง
ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงแอดไลน์ติดต่อกับกลุ่มคนร้ายที่อ้างตัวเป็นผู้ดูแลและเชี่ยวชาญด้านการลงทุน จากนั้นผู้เสียหายถูกหว่านล้อมให้กรอกข้อมูลส่วนตัวสมัครสมาชิกบนเว็บไซต์ปลอม และหลอกให้โอนเงินลงทุนไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวนทั้งสิ้น 21 ครั้ง รวมมูลค่าความเสียหาย 13,367,790 บาท
ในช่วงแรกมีการโอนเงินผลกำไรปลอมคืนมาจำนวน 2 ครั้ง เป็นเงิน 100,000 บาท เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แต่เมื่อผู้เสียหายต้องการทำรายการถอนเงินออกจากระบบ
กลุ่มคนร้ายกลับอ้างว่าไม่สามารถถอนได้เนื่องจากยังไม่ได้เสียภาษีหรือทำผิดเงื่อนไข และใช้กลอุบายหลอกล่อบีบบังคับให้โอนเงินเข้าไปเพิ่มเรื่อยๆ เพื่อเป็นค่าปลดล็อกบัญชี
สุดท้ายเมื่อผู้เสียหายเริ่มรู้ตัวและปฏิเสธการโอนเงิน กลุ่มคนร้ายก็เงียบหายและไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
จากการสืบสวนเส้นทางการเงินพบว่า ผู้ต้องหา ทำหน้าที่เป็นเจ้าของบัญชีม้าปลายทางที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายไปหลายระลอก พบยอดเงินโอนเข้าบัญชีชื่อผู้ต้องหาโดยตรงรวมกว่า 3,100,000 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.5 บก.ปพ. จึงสืบสวนติดตามจนทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางเข้ามากรุงเทพมหานครโดยใช้รถโดยสารสาธารณะ จึงนำกำลังไปดักซุ่มรอและเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และให้การว่าตนเองถูกหลอกให้เปิดบัญชีธนาคาร โดยได้ค่าจ้างในการเปิดบัญชีละ 2,000 บาท ไม่มีส่วนรู้เห็นในคดีนี้แต่อย่างใด
การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.ชัยฏิภูมิ อำนวยชัย ผกก.5 บก.ปพ. สั่งการให้ สว. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการ กก.5 บก.ปพ. ดำเนินการ
ที่มา บช.ก.

