บกปภ.ช. สั่งด่วนทุกจังหวัดรับมือ 'น้ำท่วม 2569' หลัง ปภ. เตือนพายุไซโคลนและ Rain Bomb ถล่มไทย จัดทีมเฝ้าระวัง 24 ชม. พร้อมอพยพประชาชนทันที
กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ประกาศสั่งการด่วนที่สุด ให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศเตรียมความพร้อมรับมือ สถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ปี 2569 หลังกรมอุตุนิยมวิทยาชี้แจงประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และ "Rain Bomb" พร้อมเปิดช่องทางขอความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง
ปภ. เตือน ครึ่งหลังพฤษภาคม 69 เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันจากพายุไซโคลน
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า จากการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่าในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม 2569 ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้มีฝนตกชุกหนาแน่น และอาจมีพายุไซโคลนก่อตัวในทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอล เคลื่อนตัวเข้าใกล้ทางด้านตะวันตกของประเทศ
ความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง
- ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่
- สภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
- น้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำ
เปิดมาตรการ "รับมือน้ำท่วม 2569" สั่งการทุกจังหวัดเข้มงวด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการ บกปภ.ช. ได้สั่งการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทุกแห่ง ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด โดยแบ่งออกเป็น 3 ด้านหลัก ดังนี้:
1. ด้านการเตรียมความพร้อม (ก่อนเกิดเหตุ)
- เฝ้าระวังใกล้ชิด : วิเคราะห์ข้อมูลสภาพอากาศและปริมาณน้ำเพื่อแจ้งเตือนประชาชนล่วงหน้า
- ตรวจเช็กความแข็งแรง : ตรวจสอบสถานที่กักเก็บน้ำและคันกั้นน้ำ หากพบจุดเสี่ยงให้เร่งปรับปรุงทันที
- ซักซ้อมแผน : ทบทวนแผนเผชิญเหตุอุทกภัย และเตรียมเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมใช้งาน
2. ด้านการเผชิญเหตุ (เมื่อเกิดสถานการณ์)
- ตั้งศูนย์บัญชาการ : จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด/อำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น
- รับมือ Rain Bomb : หากเกิดฝนตกสะสมหรือฝนตกกระหน่ำ ให้เร่งอพยพประชาชนไปยัง ศูนย์พักพิงชั่วคราว ทันที
- เฝ้าระวังชายฝั่ง : กรณีคลื่นลมแรง ให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจตราการเดินเรืออย่างเข้มงวด
3. ด้านการฟื้นฟู (หลังน้ำลด)
- เร่งสำรวจความเสียหาย : ตรวจสอบผลกระทบครอบคลุมทุกด้านเพื่อจ่ายเงินเยียวยาตามหลักเกณฑ์ของรัฐ
- ซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้าง : บูรณาการร่วมกับทหาร ตำรวจ และจิตอาสา เร่งซ่อมแซมบ้านเรือนและเส้นทางคมนาคมที่ชำรุดให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ
สิ่งสำคัญที่สุด : นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่คำนึงถึงความปลอดภัยและการรักษาชีวิตของผู้ประสบภัยเป็นลำดับแรก พร้อมทั้งจัดกำลังและเครื่องจักรประจำจุดเสี่ยงล่วงหน้าเพื่อเข้าช่วยเหลือได้ทันที
ช่องทางติดตามข่าวสารและแจ้งเหตุน้ำท่วม 24 ชั่วโมง
ปภ. ได้สั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 1 – 18 ทั่วประเทศ สแตนด์บายกำลังพลและเครื่องจักรกลสาธารณภัย (เช่น รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย รถประกอบอาหาร เรือท้องแบน และเครื่องสูบน้ำ) ตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับประชาชนที่ต้องการติดตามสถานการณ์ หรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถใช้ช่องทางดังต่อไปนี้:
- แอปพลิเคชันแจ้งเตือนภัย : "THAI DISASTER ALERT"
- แจ้งเหตุทาง Line : "ปภ.รับแจ้งเหตุ1784" (Line ID: @1784DDPM)
- สายด่วนนิรภัย : 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)

