วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

โดนโกงอื้อ โอนเงิน 3 ล้าน หลอกลงทุนหุ้นดัง บุกจตุจักรจับหนุ่มแสบ

โดนโกงอื้อ โอนเงิน 3 ล้าน หลอกลงทุนหุ้นดัง บุกจตุจักรจับหนุ่มแสบ

อุทาหรณ์เตือนภัยออนไลน์ โดนโกงอื้อโอนเงิน 3 ล้าน หลอกร่วมลงทุนหุ้นดัง บุกจตุจักรจับหนุ่มแสบ

อัปเดตแจ้งอุทาหรณ์เตือนภัยออนไลน์ โดนโกงโอนเงิน 3 ล้าน หลอกร่วมลงทุน หุ้นดัง บุกจตุจักรจับหนุ่มแสบ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) หรือ ตำรวจกองปราบ และ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ร่วมกันจับกุม นายสมชายฯ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 241/2568 ลงวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ในความผิดฐาน

  1. ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,
  2. ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน,
  3. ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จฯ
  4. เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน (บัญชีม้า)

ตำรวจสามารถจับกุมได้ที่บริเวณหน้าบ้านพัก ภายในซอยประชาร่วมใจ 2 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อปี 2567 เจ้าหน้าที่ได้รับคำร้องทุกข์จากกลุ่มผู้เสียหายว่าถูกหลอกลวงให้ลงทุนหุ้น โดยกลุ่มคนร้ายได้ใช้กลอุบายชักชวนให้ร่วมลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อ้างอิงหุ้น AMATA ผ่านเว็บไซต์ปลอมที่จัดทำขึ้นเลียนแบบหน้าจอแสดงผลจริง เพื่อหลอกลวงผู้ลงทุนให้หลงเชื่อและโอนเงินมาร่วมลงทุน

ส่งผลให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท

ต่อมา ทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลจังหวัดบุรีรัมย์ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นาย ส  ซึ่งเป็นหนึ่งในขบวนการและเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีนี้ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์ จนพบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับปรากฏตัวอยู่บริเวณหน้าบ้านพักภายในซอยดังกล่าว จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาดูและอ่านจนเข้าใจดีแล้ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน

เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้รับทราบ ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่าเพื่อนได้ขอยืมบัญชีธนาคารไปใช้พร้อมให้ค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท ตนจึงไปเปิดบัญชีให้เพื่อนโดยตั้งใจว่าจะให้ยืมใช้แค่ชั่วครู่เพียง 1 นาที สุดท้ายเพิ่งมาทราบว่าเพื่อนนำบัญชีของตนไปใช้หลอกรับโอนเงินจากผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงมา

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 บก.ป. ได้สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.ต.จักรพันธ์ ใบพิมาย สว.กก.1 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ป. และ กก.3 บก.ปอศ. ดำเนินการ

 

ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)