วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สสรท. จี้ปฏิรูปรถไฟไทย ย้ำเหตุแยกอโศก ต้องไม่ใช่แค่ไฟไหม้ฟาง

สสรท. จี้ปฏิรูปรถไฟไทย ย้ำเหตุแยกอโศก ต้องไม่ใช่แค่ไฟไหม้ฟาง

สสรท. ออกแถลงการณ์จี้ปฏิรูปรถไฟไทยจากเหตุสลดแยกอโศก-มักกะสัน แฉรัฐค้างเงิน รฟท. 3.2 แสนล้าน ทำพนักงานขาดแคลน ค้านปิดหัวลำโพง

สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ร่อนแถลงการณ์กรณีโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์สาย 206 บริเวณจุดตัดแยกอโศก-มักกะสัน ชี้อย่าจบแค่หาคนผิดหรือเป็นเพียง "ไฟไหม้ฟาง" จี้รัฐบาลปฏิรูประบบขนส่งทางรางทั้งระบบ เผยข้อมูลวงใน รฟท. ขาดทุนสะสม-ขาดแคลนพนักงานขั้นวิกฤต เหตุรัฐค้างจ่ายเงินชดเชยกว่า 3.2 แสนล้าน

สสรท. แสดงความเสียใจ ย้ำปฏิรูประบบรางคือทางออกความปลอดภัยสาธารณะ

จากอุบัติเหตุสะเทือนขวัญเมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 กรณีขบวนรถสินค้าที่ 2126 ชนกับรถโดยสารประจำทางสาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง (แยกอโศก-มักกะสัน) จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 8 ราย และบาดเจ็บกว่า 30 คน

ล่าสุด สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสีย ระบุว่า ตามที่เกิดอุบัติเหตุอันน่าสลดใจ กรณีขบวนรถสินค้าที่ 2126 ชนกับรถโดยสารประจำทางสาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากนั้น สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน 

ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์โดยเฉพาะความปลอดภัยสาธารณะก็จะได้รับความสนใจจากสังคม สื่อมวลชน ก็จะมีผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานและนักการเมืองก็จะทยอยออกมาแสดงความคิดเห็น รู้จริงบ้าง ไม่รู้จริงบ้าง มาถึงก็เป็นผู้ทรงความรู้ ทรงอำนาจขึ้นมาให้ข่าวให้สัมภาษณ์แค่ให้ตนเองปรากฏอยู่ในสื่อ

ทั้งๆ ที่ไม่รู้รายละเอียดของเหตุการณ์นั้นๆ คือสิ่งประชาชนเห็น รับรู้ สัมผัสได้ พอสังคมมีเรื่องใหม่ สื่อไม่เกาะติด สิ่งที่ต้องการทำ หรือสิ่งที่แถลงไว้ก็จะเลือนหายไปจนกว่าจะเกิดเหตุอีกครั้งก็จะมาพูดอีก การพูดแต่ละครั้งก็พยายามให้ตนเองพ้นจากข้อกล่าวหาของสังคม และสังคมไทยก็ไม่เคยเห็นสปิริตนักการเมือง ผู้บริหารระดับสูงจะแสดงความรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุผิดพลาดในส่วนที่ตนเองดูแล กำกับ ควบคุม

การเกิดเหตุโศกนาฏกรรมที่แยกอโศก-มักกะสัน จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บอีก 30 กว่าคน อย่าให้มันจบลงที่ พนักงานขับรถไฟถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามีสารเสพติดในร่างกาย คนขับรถเมล์ประมาท คนกั้นถนนบกพร่องจนเป็นเหตุให้เกิดโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ ดูเหมือนกระแสจะพาไปหยุดแค่ใครเป็นคนผิด และอาจจะหยุดลงแค่นี้ แล้วรอวันที่จะเกิดเหตุใหม่ ดังที่เห็นกันแม้ว่าเหตุการณ์เศร้าสลดเพิ่งเกิด แต่พฤติกรรมของผู้ใช้รถใช้ถนน การฝ่าเครื่องกั้น การจอดรถคร่อมรางก็ยังเป็นเหมือนเดิม 
 

อย่าให้เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเพียงไฟไหม้ฟาง แต่ต้องไปให้ถึงการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งเรื่องกฎหมาย การบังคับใช้ นโยบาย กลไกในการปฏิบัติประกอบด้วย องค์กร หน่วยงาน บุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี การรณรงค์สร้างจิตสำนึกในการเคารพกฎจราจร การใช้รถ การใช้ถนน และความสัมพันธ์กันของระบบรางทั้งประเทศ ซึ่งหมายถึงการบูรณาการของเครือข่ายองค์กรภาคประชาชน สหภาพแรงงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักวิชาการ ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับระบบรางและการขนส่งสาธารณะ โดยรัฐบาลเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการประสานงาน

อย่างไรก็ตาม การรถไฟแห่งประเทศไทย และการขนส่งระบบรางที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานกว่า 130 ปี และอนาคตก็ยิ่งมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นเมื่อโลกต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงาน วิกฤตโลกร้อน การขนส่งด้วยระบบรางจึงเป็นการขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด รัฐบาลแต่ละประเทศจึงสนับสนุนระบบการขนส่งทางรางให้เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศ

ประเทศไทยแม้จะเป็นประเทศแรกๆ ในทวีปเอเชียที่นำกิจการรถไฟในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศแต่กว่าห้าทศวรรษที่รัฐบาลละเลยไม่สนับสนุนกิจการรถไฟ นับตั้งแต่การไม่สนับสนุนกิจการรถไฟหรือสนับสนุนก็น้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งทางถนน ยกตัวอย่างการเก็บราคาค่าโดยสารในราคาที่ต่ำกว่าต้นทุนดำเนินการ ณ ปัจจุบันประชาชน 1 คน เดินทางระยะทาง 1 กิโลเมตร การรถไฟจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 3.20 บาท แต่รัฐให้การรถไฟเก็บค่าโดยสารเพียง 24 สตางค์ พระราชบัญญัติการรถไฟ พ.ศ. 2494 มาตรา 43 กำหนดให้รัฐชดเชยเท่าที่ขาด แต่รัฐจ่ายล่าช้าบางปีไม่จ่าย ข้อมูล ณ เดือนกันยายน 2568 รัฐค้างจ่ายการรถไฟประมาณ 320,000 ล้านบาท การรถไฟต้องกู้ยืมเงินเสริมสภาพคล่องต้องจ่ายดอกเบี้ยเองปีละ 5,000 กว่าล้านบาท ไม่สนับสนุนการจัดซื้อรถจักร รถพ่วงเพิ่มอายุเฉลี่ยหัวรถจักรอยู่ที่ประมาณ 40 ปี ไม่ให้รับคนเพิ่มโดยกำหนดเป็นมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2541 ว่าหากการรถไฟฯ จะรับคนใหม่เพิ่มให้รับได้เพียง ร้อยละ 5 ของผู้เกษียณอายุในแต่ละปี โดยเฉลี่ยพนักงานรถไฟเกษียณปีละประมาณ 500 คน จึงทำให้พนักงานรถไฟจากประมาณ 20,000 คน ปัจจุบันเหลือเพียง 8,000 คนเท่านั้น แต่ข้อมูลเชิงลึกแบบนี้รัฐไม่พูดถึง แม้สหภาพ และผู้บริหารการรถไฟจะพยายามผลักดันแต่ก็ถูกยื้อเวลาให้ทบทวนใหม่ทุกครั้งเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล

สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ขอสนับสนุน การพัฒนาระบบการขนส่งทางรางให้เป็นระบบหลักในการขนส่งของประเทศและเชื่อมต่อกับต่างประเทศ

คัดค้าน แนวคิดการไม่ให้ขบวนรถไฟเข้ารับส่งผู้โดยสารในชั้นในของกรุงเทพฯ เพราะจะเกิดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน นักเรียน นักศึกษา และพ่อค้า แม่ขาย คนมีรายได้น้อย เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้ประชาชน

คัดค้าน ไม่เห็นด้วยกับการปิดสถานีรถไฟประวัติศาสตร์กรุงเทพ หรือ สถานีรถไฟหัวลำโพง และให้กำลังใจแก่พนักงานรถไฟ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ให้มีพลังใจในการทำหน้าที่รับใช้ประชาชนต่อไป แม้สถานการณ์วันนี้ดูเหมือนการรถไฟฯ พนักงานรถไฟอาจจะถูกมองเป็นจำเลยของสังคม สิ่งไหนไม่ดีก็ช่วยกันปรับปรุง แก้ไข แต่ก็มีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ให้กำลังใจ และเข้าใจ ส่วนพนักงานที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดก็ว่าไปตามกระบวนการ ทั้งการสอบสวนหาความจริง หากผิดจริงก็ลงโทษกันไป

สมาพันธ์สมานฉันท์แรงงานไทย (สสรท.) ยังมีความมั่นคงในความเชื่อมั่นต่อการรถไฟฯ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟฯ และพนักงานรถไฟทุกคน ขอให้มีกำลังใจ ซื่อสัตย์รับใช้ประชาชนให้มีความสุข ปลอดภัยต่อไป