วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยก “วัดราษฎร์” เป็น “พระอารามหลวง”

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยก “วัดราษฎร์” เป็น “พระอารามหลวง”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ยก “วัดราษฎร์” 5 แห่ง เป็น “พระอารามหลวง”

วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระบรมราชโองการ ประกาศ ยกวัดราษฎร์ 5 แห่ง (วัดอโศการาม - วัดพระธาตุลำปางหลวง - วัดป่าแสงอรุณ - วัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ) - วัดสาลโคดม) เป็น “พระอารามหลวง

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ยกวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 159 ของพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 พ.ศ. 2545 ประกอบข้อ 3 ของระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการขอยกวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวง พ.ศ. 2518 เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569

 

จึงทรงมีพระราชดำริว่า วัดอโศการาม อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นอารามต้นแบบด้านกรรมฐานศึกษาที่พระสุทธิธรรมรังสี คัมภีรเมธาจารย์ (ลี ธมฺมธโร) สถาปนาขึ้นเมื่อพุทธศักราช 2498 เพื่อเป็นราชานุสรณีย์แห่งสมเด็จพระเจ้าอโศกมหาราช พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในพระธุตังคเจดีย์ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พุทธศักราช 2509 ประกอบด้วยเสนาสนะและอาณาบริเวณเป็นระเบียบเรียบร้อย เป็นรมณียสถานสำหรับบำเพ็ญสมณธรรมฝ่ายวิปัสสนาธุระ เป็นศูนย์กลางแห่งการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในมัชฌิมเขต ต้องตามพระสังฆราโชบายและมติมหาเถรสมาคม นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดสมุทรปราการและภูมิภาคภาคกลางของราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดอโศการาม เป็น พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

 

 

พระบรมราชโองการ ประกาศ ยก “วัดพระธาตุลำปางหลวง” เป็น “พระอารามหลวง”

และทรงมีพระราชดำริว่า วัดพระธาตุลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง เป็นอารามสำคัญคู่นครลำปางมาแต่โบราณกาล นับอดีตเนื่องด้วยขัตติยตระกูลแห่งเจ้าผู้ครองนครฝ่ายเหนือ เป็นที่ประดิษฐานพระธาตุลำปางหลวง และพระแก้วดอนเต้า เจดียสถานและปูชนียวัตถุสำคัญแห่งราชอาณาจักร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ไปถวายน้ำสรงพระบรมธาตุ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พุทธศักราช 2514 และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี กรมพระนครปฐมบรมขัตติยานี มหาธีรราชธิดา เสด็จไปทรงนมัสการหลายวาระด้วยเป็นพระธาตุประจำปีฉลูพระนักษัตรตามคติล้านนา มีการจัดวางผังสถาปัตยกรรมตามคติพระพุทธศาสนาเป็นแบบแผน มีศาสนประเพณีประจำท้องถิ่น และการประกอบศาสนกิจเป็นศูนย์รวมจิตใจของมหาชนในพายัพเขต นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดลำปาง และภูมิภาคภาคเหนือของราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดพระธาตุลำปางหลวง เป็น พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบรมราชโองการ ประกาศ ยก “วัดป่าแสงอรุณ” เป็น “พระอารามหลวง”

วัดป่าแสงอรุณ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น สถาปนาขึ้นโดยคณะพระบูรพาจารย์ในวงศ์พระกรรมฐานสายพระครูวินัยธร (มั่น ภูริทตฺโต) ซึ่งล้วนเป็นที่ทรงพระราชศรัทธาในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นสัปปายสถาน และมีเสนาสนะเป็นระเบียบเรียบร้อยมั่นคง ถึงพร้อมด้วยคุณสมบัติทั้งด้านสาธารณูปการ ศิลปกรรม การปกครอง การเผยแผ่พระพุทธศาสนา และการจัดการศึกษาพระปริยัติธรรม มีสิมอีสานเป็นประธาน สำแดงเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมและภูมิปัญญาพื้นเมือง ได้รับการพัฒนาให้เจริญมั่นคงยิ่งขึ้นมาโดยลำดับ มีพระเถระครองวัดซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิปรีชาด้านพระปริยัติธรรม อำนวยให้มีการสอนพระปริยัติธรรมทั้งแผนกธรรมและแผนกบาลี กระทั่งพัฒนาขึ้นเป็นศูนย์กลางการศึกษาของคณะสงฆ์ในภูมิภาค เกื้อกูลต่อความยั่งยืนของพระบวรพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และการศึกษาของคณะสงฆ์ในอีสานเขต นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดขอนแก่น และภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือของราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดป่าแสงอรุณ เป็น พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบรมราชโองการ ประกาศ ยก “วัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ)” เป็น “พระอารามหลวง”

วัดราชประดิษฐาน (วัดพะโคะ) อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา เป็นอารามโบราณ มีนามแสดงนัยสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ว่าวัดหลวง ตั้งอยู่บนเขาพะโคะ ประดิษฐานพระสุวรรณมาลิกเจดีย์ศรีรัตนมหาธาตุ ศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาลังกาวงศ์ในบริเวณคาบสมุทรสทิงพระมาแต่โบราณสมัย ได้รับพระราชทานพระบรมราชูปถัมภ์จากสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งกรุงศรีอยุธยาหลายพระองค์ เช่น สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สมเด็จพระเอกาทศรถ บริบูรณ์ด้วยกิตติประวัติด้านการปกครองคณะสงฆ์ พุทธศาสนประวัติ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และศิลปกรรม มีตำนานสัมพันธ์เนื่องในสมเด็จพระราชมุนีสามีรามคุณูปมาจารย์ จัดเป็นปูชนียสถานพยานแห่งความรุ่งเรืองของชุมชนชาวพุทธ และกิจการพระพุทธศาสนาในทักษิณเขต มีบทบาทพิเศษในการเผยแผ่พระธรรมวินัย การศึกษา และการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี นับเป็นศรีสง่าแห่งจังหวัดสงขลา และภูมิภาคภาคใต้ของราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดราชประดิษฐาน เป็น พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบรมราชโองการ ประกาศ ยก “วัดสาลโคดม” เป็น “พระอารามหลวง”

และทรงมีพระราชดำริว่า วัดสาลโคดม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี เป็นอารามโบราณนับแต่กรุงศรีอยุธยา ได้สถาปนาขึ้นใหม่ให้บริบูรณ์ด้วยถาวรวัตถุสถานมั่นคง โดยศรัทธาปสาทะแห่งหม่อมหลวงบัว กิติยากร พระชนนีในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นปฐม ทั้งนี้ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงพระราชศรัทธาพระราชทานพระราชทรัพย์สถาปนาอุโบสถ พร้อมพระราชทานพระราชานุญาตให้เชิญอักษรพระนามาภิไธย สก ประดิษฐานบนหน้าบัน เป็นอารามที่ประดิษฐานพระพุทธชินวรมุนี อันเป็นที่เคารพสักการะของมหาชน อนุสนธิพระบรมราชินูปถัมภ์แห่งสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นต้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานพระราชูปถัมภ์สืบมา พรั่งพร้อมด้วยวิริยภาพ และกุศลศรัทธาของคณะองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน ร่วมโดยเสด็จพระราชกุศลอยู่เป็นเนืองนิตย์ อนึ่ง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี มีพระราชปณิธานในอันที่จะทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง การยกอารามนี้ขึ้นเป็นพระอารามหลวงเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในมหามงคลสมัยแห่งพระชนมพรรษา นับเป็นศรีศุภนิมิตในการสืบสานพระราชปณิธานและพระราชกุศลธรรมจริยาธรรมราชินี จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยก วัดสาลโคดม เป็น พระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569

ประกาศ ณ วันที่ 19 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 เป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน