ขสมก. คุมเข้มวินัยจราจร ส่ง 'สายตรวจพิเศษ-นายตรวจเขต' ประจำการณ์ 'จุดตัดทางรถไฟ' ป้องกันเกิดเหตุซ้ำรอย 'รถไฟชนรถเมล์' พร้อมสั่งตรวจเข้มสารเสพติด-แอลกอฮอล์ 'พนักงานขับรถ'
จากเหตุการณ์สลด 'รถไฟชนรถเมล์' องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กระทรวงคมนาคม เดินหน้ายกระดับมาตรการความปลอดภัยอย่างเข้มงวด มอบหมายเจ้าหน้าที่สายตรวจพิเศษ และนายตรวจเขต ลงพื้นที่ประจำ 'จุดตัดทางรถไฟ' ควบคู่คุมเข้มวินัย 'พนักงานขับรถ' และพนักงานเก็บค่าโดยสาร
โดยวานนี้ (18 พ.ค. 69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ร่วมแถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงแก่สื่อมวลชน กรณีอุบัติเหตุขบวนรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. บริเวณจุดตัดทางรถไฟมักกะสันเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก โดยในงานแถลงข่าวดังกล่าว ขสมก. ได้ตอกย้ำถึงมาตรการส่งเจ้าหน้าที่เข้าดูแลเยียวยาผู้บาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างใกล้ชิดที่สุด พร้อมทั้งส่งสายตรวจพิเศษลงประจำจุดเสี่ยงบริเวณทางตัดรถไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้รถโดยสารจอดคร่อมทางรถไฟอย่างเด็ดขาด
วันนี้ (19 พ.ค. 69) นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินงานตามมาตรการดังกล่าวว่า ขสมก. ได้จัดสายตรวจพิเศษและนายตรวจเขตลงพื้นที่เข้าปฏิบัติภารกิจประจำจุดตัดถนนกับทางรถไฟที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 69 เป็นต้นมา ซึ่งถือเป็นมาตรการระยะเร่งด่วนขั้นแรกที่จะสามารถช่วยป้องกันเหตุอันตรายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพที่สุด
นอกจากนี้ ยังกำชับแนวทางปฏิบัติไปยังพนักงานขับรถ และพนักงานเก็บค่าโดยสาร ซึ่งถือเป็นบุคลากรหัวใจสำคัญที่สุดในการปฏิบัติงาน โดยมุ่งเน้นให้ปฏิบัติหน้าที่และให้บริการต่อพี่น้องประชาชนด้วยความไม่ประมาท ตระหนักถึงความปลอดภัย และเคร่งครัดในการปฏิบัติตามกฎวินัยจราจรอย่างที่สุด พร้อมทั้งยืนยันว่า ขสมก. มีมาตรการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องเป็นประจำ และได้เพิ่มมาตรการตรวจหาสารเสพติดในร่างกายของพนักงานขับรถทุกคน 100% หากตรวจพบว่าพนักงานรายใดฝ่าฝืนหรือมีผลตรวจเป็นพิษ จะมีคำสั่งลงโทษทางวินัยและสั่งห้ามปฏิบัติหน้าที่ขับรถทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น
สำหรับผู้บาดเจ็บ ผู้อำนวยการ ขสมก. ได้มีการติดตามอาการอย่างใกล้ชิด และมอบหมายให้คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่เดินทางเข้าเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บอย่างต่อเนื่องทุกวัน โดยมอบของช่วยเหลือ ให้กำลังใจ และรับฟังความต้องการรวมถึงแจ้งแนวทางการช่วยเหลือเพื่อเยียวยาในทุกมิติต่อไป

