สำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม ได้ออกประกาศ หลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการทางการแพทย์โดยใช้ระบบบริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ดูแลผู้ประกันตนเจ็บป่วยโรคเรื้อรัง 26 ชนิด
ข่าวดี “สำนักงานประกันสังคม” สปส. เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม(คณะกรรมการการแพทย์) ได้ออกประกาศ หลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการทางการแพทย์โดยใช้ระบบบริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ดูแล ผู้ประกันตนเจ็บป่วยโรคเรื้อรัง 26 ชนิด
นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า คณะกรรมการการแพทย์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม ได้ออกประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการทางการแพทย์โดยใช้ระบบบริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ในช่วงสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ประกันตน
สาระสำคัญของประกาศดังกล่าว กำหนดให้สำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ แก่สถานพยาบาลที่สำนักงานประกันสังคมกำหนดสิทธิ และได้ให้บริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง จำนวน 26 ชนิด กรณีผู้ป่วยนอก (OPD) ในอัตรา 65 บาทต่อครั้ง ต่อระยะเวลา 3 เดือน
ทั้งนี้ คณะกรรมการการแพทย์ ได้เห็นชอบให้เพิ่มค่าบริการทางการแพทย์สำหรับดูแลรักษาผู้ประกันตนกลุ่มโรคเรื้อรัง โดยครอบคลุมการให้บริการผ่านระบบ Telemedicine สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการคงที่ และเหมาะสมกับการรักษาทางไกลซึ่งส่วนใหญ่เป็นการติดตามอาการและรับยาต่อเนื่อง
ปัจจุบันมีสถานพยาบาลเข้าร่วมให้บริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) กับสำนักงานประกันสังคมแล้วจำนวน 118 แห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเข้าถึงบริการของผู้ประกันตนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และลดความแออัดในการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาล
สำหรับ โรคเรื้อรัง 26 ชนิดตามประกาศฯ ได้แก่
1. โรคเบาหวาน
2. โรคความดันโลหิตสูง
3. โรคอักเสบเรื้อรังและโรคตับแข็ง
4. โรคภาวะหัวใจล้มเหลว
5. โรคเส้นเลือดสมองแตกหรืออุดตัน
6. โรคมะเร็ง
7. โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
8. โรคถุงลมโป่งพอง
9. โรคไตวายเรื้อรัง
10. โรคพาร์กินสัน
11. โรคมายแอสทีเนีย
12. โรคเบาจืด
13. โรคมัลติเพิลสเคลอโรซิส
14. โรคไขมันในเลือดสูง
15. โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
16. โรคต้อหิน
17. โรคไตเนฟโฟรติก
18. โรคลูปัส
19. โรคเลือดอะพลาสติก
20. โรคทาลัสซีเมีย
21. โรคฮีโมฟีเลีย
22. โรคเรื้อนกวาง
23. โรคผิวหนังพุพองเรื้อรัง
24. โรคเลือดไอทีพี
25. โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ
26. โรคจิต
เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ประกันตน มาตรา 33 และมาตรา 39 สามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้อย่างต่อเนื่อง ลดความจำเป็นในการเดินทางมารับยาที่สถานพยาบาล โดยสามารถใช้ระบบจัดส่งยาถึงบ้านร่วมกับบริการ Telemedicine ได้ ซึ่งสถานพยาบาลจะเป็นผู้เรียกเก็บค่าบริการจากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง ผู้ประกันตนไม่ต้องสำรองจ่าย
นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคม ได้กำหนดให้สถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการ ต้องมีระบบ Telemedicine ที่ได้มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด โดยต้องมีผู้ให้บริการซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมาย เช่น แพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักกายภาพบำบัด หรือผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาต่าง ๆ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคผ่านระบบดิจิทัล รวมทั้งต้องมีระบบพิสูจน์ และยืนยันตัวตนที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย
มีโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการสื่อสารระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีระบบบันทึกธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ การจัดเก็บและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล ตลอดจนการรายงานผลการรักษา และแจ้งสิทธิของผู้ป่วยอย่างครบถ้วน อีกทั้ง ยังต้องมีระบบกำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานมีการจัดบริการอย่างเสมอภาค และเข้าถึงได้ พร้อมสนับสนุนการปรึกษาหารือระหว่างผู้ให้บริการหรือบุคลากรด้านสาธารณสุข เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด

