วันพุธ ที่ 20 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กรมชลประทาน เผย ฝนต่ำกว่าปกติ 27% สั่งปรับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

กรมชลประทาน เผย ฝนต่ำกว่าปกติ 27% สั่งปรับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

กรมชลฯ เผยฝนสะสมปี 69 ต่ำกว่าปกติ 27% เร่งปรับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 130 ลบ.ม./วิ ยันท้ายน้ำยังไม่กระทบ พร้อมส่งเครื่องจักรป้องภัย 23 จังหวัด

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน รายงานการติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พบว่าปริมาณฝนสะสมของประเทศไทยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ พร้อมสั่งการเร่งบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา และเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือรับมือฤดูฝนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมทั่วประเทศ

สรุปภาพรวมปริมาณฝนสะสมทั่วประเทศ

จากการเก็บข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 17 พฤษภาคม 2569 พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

  • ปริมาณฝนสะสมรวมทั่วประเทศ : 212.4 มิลลิเมตร ซึ่งต่ำกว่าค่าปกติอยู่ถึง 78.8 มิลลิเมตร (หรือคิดเป็นร้อยละ 27)
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันออก : เป็นพื้นที่ที่น่าเป็นห่วงที่สุด โดยมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติถึง ร้อยละ 49
  • ภาคกลาง : มีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าปกติ ร้อยละ 41

กรมชลประทาน เผย ฝนต่ำกว่าปกติ 27% สั่งปรับระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

เช็กสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา

สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นหัวใจหลักในการเลี้ยงลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) ปัจจุบันมีสถานะดังนี้:

  • ปริมาณน้ำรวม 13,517 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 54 ของความจุอ่างฯ
  • ความจุที่ยังรองรับน้ำได้อีก 11,354 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)  

การบริหารจัดการน้ำและการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา

อัปเดตสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา (ณ เวลา 06.00 น.) บริเวณสถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 530 ลบ.ม./วินาที เมื่อสมทบกับแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขา ทำให้มีปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยารวม 537 ลบ.ม./วินาที โดยกรมชลประทานได้จัดสรรน้ำเข้าระบบชลประทาน ดังนี้

  • ฝั่งตะวันออก : รับน้ำเข้าจัดการ 187 ลบ.ม./วินาที (ร้อยละ 35)
  • ฝั่งตะวันตะวันตก : รับน้ำเข้าจัดการ 250 ลบ.ม./วินาที (ร้อยละ 46)
  • การระบายน้ำท้ายเขื่อน : เดิมระบายในอัตรา 100 ลบ.ม./วินาที (ร้อยละ 19) แต่ตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป ได้ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 130 ลบ.ม./วินาที และจะคงอัตรานี้ไว้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ยืนยันว่ายังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

กรมชลประทานสแตนด์บายเครื่องจักร 203 หน่วย ใน 23 จังหวัด เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยในช่วงฤดูฝน ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (11 - 17 พฤษภาคม 2569) ทางกรมฯ ได้ส่งเครื่องจักรเครื่องมือเข้าช่วยเหลือพื้นที่เสี่ยงรวม 23 จังหวัด จำนวน 203 หน่วย เพื่อเร่งระบายน้ำและลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างทันท่วงที

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะยังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ฝน ปริมาณน้ำท่า อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงตลอดฤดูฝนนี้ โดยมุ่งเน้นประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบต่อประชาชนทุกพื้นที่