วันจันทร์ ที่ 18 พฤษภาคม 2569

Login
Login

กรมประมง ประกาศ ‘ฤดูน้ำแดง 2569’ คุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่ แหล่งน้ำทั่วประเทศ

กรมประมง ประกาศ ‘ฤดูน้ำแดง 2569’ คุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่ แหล่งน้ำทั่วประเทศ

กรมประมง ประกาศใช้มาตรการคุ้มครองสัตว์น้ำจืดในช่วงฤดูวางไข่ หรือที่เรียกว่า “ฤดูน้ำแดง 2569" โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม เพื่อให้สัตว์น้ำจืดมีโอกาสขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนในแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ

“กรมประมง” ประกาศใช้มาตรการคุ้มครองสัตว์น้ำจืดในช่วงฤดูวางไข่ หรือที่เรียกว่า “ฤดูน้ำแดง 2569” โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้สัตว์น้ำจืดมีโอกาสขยายพันธุ์และเพิ่มจำนวนในแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วประเทศ

ฤดูน้ำแดงคืออะไร

ฤดูน้ำแดง คือช่วงต้นฤดูฝนที่ระดับน้ำในแม่น้ำ ลำคลอง และแหล่งน้ำธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น ทำให้น้ำมีสีขุ่นแดงจากตะกอนดิน ซึ่งเป็นช่วงที่ปลาน้ำจืด จำนวนมากเริ่มผสมพันธุ์ วางไข่ และเลี้ยงตัวอ่อน

ใช้มาตรการต่อเนื่องมานานกว่า 60 ปี

นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า กรมประมงดำเนินมาตรการนี้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2507 เพื่อปกป้องสัตว์น้ำจืดในช่วงสำคัญของการสืบพันธุ์

ล่าสุด ได้มีการปรับปรุงประกาศเมื่อปี 2568 โดยให้อำนาจคณะกรรมการประมงประจำจังหวัดกำหนดพื้นที่ เครื่องมือ และเงื่อนไขการทำประมงให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ซึ่งประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2568 ถึง 30 พฤศจิกายน 2572

ผลศึกษาพบปลาวางไข่มากที่สุดช่วงพฤษภาคม–สิงหาคม

จากการประเมินผลในปี 2568 กรมประมงได้เก็บข้อมูลปลาน้ำจืด 155 ชนิด จาก 60 แหล่งน้ำใน 40 จังหวัด ครอบคลุม 18 ลุ่มน้ำทั่วประเทศ พบว่า

  • ช่วงวางไข่ของปลาน้ำจืดชัดเจนที่สุดอยู่ระหว่างปลายเดือนพฤษภาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม
  • ช่วงที่มีการวางไข่มากที่สุดคือปลายเดือนกรกฎาคม
  • พบปลาที่อยู่ในระยะพร้อมวางไข่สูงถึง 124 ชนิด
  • ระยะสืบพันธุ์ต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือนกันยายน

ข้อมูลดังกล่าวยืนยันว่าช่วงต้นถึงกลางฤดูฝนเป็นช่วงสำคัญที่ต้องคุ้มครองสัตว์น้ำอย่างเข้มงวด

กรมประมง ประกาศ ‘ฤดูน้ำแดง 2569’ คุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่ แหล่งน้ำทั่วประเทศ

ดังนั้น กรมประมง จึงยังคงกำหนดพื้นที่และระยะเวลา รวมถึงเครื่องมือที่อนุญาตให้ใช้เป็นไปตามมาตรการเดิม ซึ่งแบ่งพื้นที่และระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกเป็น 3 ระยะ ตามความเหมาะสมของระบบนิเวศแต่ละพื้นที่

โดยกำหนดห้ามมิให้ผู้ใดทำการประมงในบริเวณแม่น้ำ ลำคลอง ลำธาร ห้วย หนอง บึง อ่างเก็บน้ำ เขื่อน พรุ และลำน้ำทุกสาขา รวมทั้งป่าไม้และพื้นดินที่มีน้ำท่วมตามธรรมชาติเชื่อมต่อบริเวณดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินหรือที่ดินของเอกชน ตามห้วงเวลาและพื้นที่ ดังต่อไปนี้

ระยะที่ 1 : วันที่ 16 พฤษภาคม - 15 สิงหาคม ของทุกปี

ในพื้นที่ 33 จังหวัด และ 1 อ่างเก็บน้ำ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก สุโขทัย พิจิตร เลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล และในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ตามแผนที่ท้ายประกาศ

ระยะที่ 2 : วันที่ 1 มิถุนายน - 31 สิงหาคม ของทุกปี

ในพื้นที่ 39 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดหนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ เพชรบูรณ์ นครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี สิงห์บุรี ลพบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สุพรรณบุรี สระบุรี นครปฐม นนทบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด เว้นแต่ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาว จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้อยู่ภายใต้บังคับระยะเวลาตาม ระยะที่ 1

ระยะที่ 3 : วันที่ 1 กันยายน - 30 พฤศจิกายน ของทุกปี

ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และยะลา

กรมประมง ประกาศ ‘ฤดูน้ำแดง 2569’ คุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่ แหล่งน้ำทั่วประเทศ

โดยมีเครื่องมือ วิธีการทำการประมงและเงื่อนไขในการทำประมงที่อนุญาตให้สามารถทำการประมงได้ ดังนี้

1. เบ็ดทุกชนิด ยกเว้น เบ็ดราว เบ็ดพวงที่ทำการประมงโดยวิธีการกระชาก หรือการใช้เครื่องมืออื่นใดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน

2. ตะแกรง สวิง ช้อน ยอ หรือชนาง ซึ่งมีขนาดปากกว้างไม่เกิน 2 เมตร และไม่ทำการประมงด้วยวิธีประดา (ไม่เรียงหน้าไล่ต้อนสัตว์น้ำ) ตั้งแต่ 3 เครื่องมือขึ้นไป

3. สุ่ม ฉมวก และส้อม

4. ไซ ตุ้ม อีจู้ ลัน

5. แหที่มีความลึกไม่เกิน 6 ศอก (3 เมตร)

ในกรณีที่คณะกรรมการประมงประจำจังหวัด ประกาศกำหนดมาตรการอนุรักษ์ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง โดยห้ามทำการประมงที่ใช้เครื่องมือ วิธีการทำการประมง และเงื่อนไขในการทำการประมงอย่างหนึ่งอย่างใด ตามวรรคหนึ่ง 1 – 5 ที่เข้มงวดกว่า ให้ถือปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการประมงจังหวัดนั้น

ทั้งนี้ การทำการประมงเพื่อการศึกษา วิจัย ทดลองทางวิชาการ หรือในพื้นที่โครงการที่ดำเนินการของทางราชการ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดีกรมประมงหรือผู้ที่อธิบดีกรมประมงมอบหมาย หรือเพื่อเป็นการช่วยชีวิตของสัตว์น้ำโดยเจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมงหรือภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่สังกัดกรมประมง

อนึ่ง คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดสามารถออกประกาศกำหนดพื้นที่ เครื่องมือ วิธีการทำการประมง และเงื่อนไขในการทำการประมงไว้เป็นอย่างอื่นได้ โดยเสนอขอใช้อำนาจจากอธิบดีกรมประมง

ทั้งนี้ หากผู้ใดฝ่าฝืนตามประกาศฯ มาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ.2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 - 50,000 บาท หรือปรับจำนวน 5 เท่า ของมูลค่าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมง