วันจันทร์ ที่ 31 สิงหาคม 2569

Login
Login

รับมือฤดูฝน 2569 ปภ. สั่งทุกจังหวัดเตรียมแผนน้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก

ปภ. สั่งด่วน! ทุกจังหวัดเตรียมรับมือฤดูฝน 2569 เร่งลอกท่อ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และติดตั้งเครื่องจักรกลในพื้นที่เสี่ยง สกัดน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลากกลาง พ.ค. นี้

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ เตรียมพร้อมรับมือ ฤดูฝน ปี 2569 เน้นเคลียร์พื้นที่เสี่ยง - จุดเศรษฐกิจ สั่งศูนย์ ปภ.เขต ติดตั้งเครื่องจักรกลล่วงหน้า พร้อมวางแผนสำรองกรณีฉุกเฉิน/ไฟฟ้าดับ

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้อำนวยการกลาง (กอปภ.ก.) เปิดเผยว่า จากการคาดหมายลักษณะอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม 2569 ประเทศไทยจะเข้าสู่ ช่วงฤดูฝน อย่างเต็มตัว โดยจะมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีความเสี่ยงที่พายุจะก่อตัวบริเวณทะเลอันดามันหรืออ่าวเบงกอล ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดสภาวะ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง

รับมือฤดูฝน 2569 ปภ. สั่งทุกจังหวัดเตรียมแผนน้ำท่วม-น้ำป่าไหลหลาก

ชู 3 กลยุทธ์หลัก "ตรวจสอบ-ระบาย-เฝ้าระวัง"

เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปภ. ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดดำเนินการเชิงรุก ดังนี้:

  • เร่งเปิดทางน้ำในเขตเมืองและเศรษฐกิจ : ตรวจสอบเส้นทางคมนาคมและพื้นที่ชุมชนที่มักเกิดปัญหาน้ำท่วมขัง เร่งขุดลอกท่อระบายน้ำ กำจัดตะกอน และทำความสะอาดร่องน้ำเพื่อให้ระบายน้ำได้รวดเร็วเมื่อเกิดฝนตกหนัก
  • เพิ่มประสิทธิภาพการลำเลียงน้ำ : กำจัดวัชพืชและสิ่งกีดขวางในคูคลองและแหล่งน้ำสาธารณะ เพื่อขยายพื้นที่รองรับน้ำและเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำลงสู่แม่น้ำสายหลัก
  • ทีมเฝ้าระวังระดับพื้นที่ : ประสานฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน อปพร. และจิตอาสา ลงพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อตรวจตราและเตรียมพร้อมแจ้งเตือนประชาชน โดยเฉพาะในเขตสถานศึกษาและเส้นทางสัญจรหลัก

ติดตั้งเครื่องจักรกลล่วงหน้า พร้อมแผนสำรองกรณีฉุกเฉิน

อธิบดี ปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้กำชับให้ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต (ศูนย์ ปภ. เขต) ทั่วประเทศ นำเครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น เครื่องสูบน้ำสมรรถนะสูง และเรือท้องแบน เข้าไปประจำจุดในพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า เพื่อให้สามารถเผชิญเหตุได้ทันที

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้จัดทำ แผนสำรองฉุกเฉิน โดยบูรณาการร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตำรวจ และหน่วยทหาร เพื่อรองรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น:

  • กรณีเกิดฝนตกหนักจน ไฟฟ้าดับ ส่งผลต่อระบบระบายน้ำ
  • กรณีเครื่องสูบน้ำขัดข้องในช่วงเวลาเร่งด่วน
  • การบริหารจัดการจราจรในพื้นที่น้ำท่วมขัง

"เป้าหมายสูงสุดคือการลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด โดย ปภ. จะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง" นายธีรพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย