วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

หาเหยื่อใน TikTok ตีสนิทหลอกรัก ชวนลงทุนโกงหลายล้าน บุกจับหนุ่มแสบ

มิจฯหาเหยื่อใน TikTok ตีสนิทหลอกรัก ชวนลงทุนโอนเงินโกงหลายล้าน ล่าสุดตำรวจบุกจับหนุ่มแสบที่ปทุมธานี อ้างถูกหลอกไปลาวเปิดบัญชีม้า

เตือนภัย มิจฉาชีพ หาเหยื่อใน TikTok ตีสนิทหลอกให้รัก ชวนลงทุน โอนเงินโกงหลายล้าน ล่าสุดตำรวจบุกจับหนุ่มแสบที่ปทุมธานี อ้างถูกหลอกไปลาวเปิดบัญชีม้า

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นาย น อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ1205/2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน

  1. ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น
  2. ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
  3. เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน (บัญชีม้า)

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ที่ บริเวณจุดจอดรถหน้าห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

พฤติการณ์สืบเนื่องจาก มีกลุ่มคนร้ายได้สร้างโปรไฟล์ปลอม ในแอปพลิเคชัน TikTok โดยทักทายเข้ามาพูดคุยทำทีตีสนิทในเชิงชู้สาวกับผู้เสียหายจนเกิดความเชื่อใจ

จากนั้นได้ใช้อุบายหลอกลวงชักชวนให้ร่วมลงทุนขายของออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม โดยกล่าวอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนในอัตราที่สูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหารายนี้ จำนวน 20,000 บาท

และโอนเข้าบัญชีม้าอื่นๆ ในเครือข่ายร่วมขบวนการอีกหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายในคดีนี้กว่า 1,847,527.67 บาท

ต่อมาเมื่อผู้เสียหายรู้ตัวว่า ถูกหลอก จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ

กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.5 บก.ปพ. ได้ทำการสืบทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามากรุงเทพมหานครโดยใช้รถโดยสารสาธารณะ จึงได้วางกำลังตรวจสอบและดักซุ่มรอที่จุดจอดรถ จนพบตัวผู้ต้องหาและเข้าทำการจับกุมตัวไว้ได้

นอกจากนี้ ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลตรวจสอบในระบบ พบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันติดตัวอยู่อีก 2 คดี ได้แก่ หมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ และหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี

รวมยอดความเสียหายทั้ง 3 คดี สูงถึงกว่า 2.6 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การอ้างว่าตนเองถูกหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศลาวและถูกบังคับให้เปิดบัญชีดังกล่าว

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.ชัยฏิภูมิ อำนวยชัย ผกก.5 บก.ปพ. สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปพ. ดำเนินการ

 

ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)