วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2569

Login
Login

หาเหยื่อใน TikTok ตีสนิทหลอกรัก ชวนลงทุนโกงหลายล้าน บุกจับหนุ่มแสบ

หาเหยื่อใน TikTok ตีสนิทหลอกรัก ชวนลงทุนโกงหลายล้าน บุกจับหนุ่มแสบ

มิจฯหาเหยื่อใน TikTok ตีสนิทหลอกรัก ชวนลงทุนโอนเงินโกงหลายล้าน ล่าสุดตำรวจบุกจับหนุ่มแสบที่ปทุมธานี อ้างถูกหลอกไปลาวเปิดบัญชีม้า

เตือนภัย มิจฉาชีพ หาเหยื่อใน TikTok ตีสนิทหลอกให้รัก ชวนลงทุน โอนเงินโกงหลายล้าน ล่าสุดตำรวจบุกจับหนุ่มแสบที่ปทุมธานี อ้างถูกหลอกไปลาวเปิดบัญชีม้า

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นาย น อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ1205/2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน

  1. ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น
  2. ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง
  3. เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน (บัญชีม้า)

เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถทำการติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหารายนี้ได้ที่ บริเวณจุดจอดรถหน้าห้างฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ตำบลประชาธิปัตย์ อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

พฤติการณ์สืบเนื่องจาก มีกลุ่มคนร้ายได้สร้างโปรไฟล์ปลอม ในแอปพลิเคชัน TikTok โดยทักทายเข้ามาพูดคุยทำทีตีสนิทในเชิงชู้สาวกับผู้เสียหายจนเกิดความเชื่อใจ

จากนั้นได้ใช้อุบายหลอกลวงชักชวนให้ร่วมลงทุนขายของออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม โดยกล่าวอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนในอัตราที่สูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินเข้าบัญชีของผู้ต้องหารายนี้ จำนวน 20,000 บาท

และโอนเข้าบัญชีม้าอื่นๆ ในเครือข่ายร่วมขบวนการอีกหลายครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายในคดีนี้กว่า 1,847,527.67 บาท

ต่อมาเมื่อผู้เสียหายรู้ตัวว่า ถูกหลอก จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน จนนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ

กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.5 บก.ปพ. ได้ทำการสืบทราบว่าผู้ต้องหาจะเดินทางจากต่างจังหวัดเข้ามากรุงเทพมหานครโดยใช้รถโดยสารสาธารณะ จึงได้วางกำลังตรวจสอบและดักซุ่มรอที่จุดจอดรถ จนพบตัวผู้ต้องหาและเข้าทำการจับกุมตัวไว้ได้

นอกจากนี้ ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผลตรวจสอบในระบบ พบว่าผู้ต้องหารายนี้ยังมีหมายจับในคดีลักษณะเดียวกันติดตัวอยู่อีก 2 คดี ได้แก่ หมายจับศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ และหมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี

รวมยอดความเสียหายทั้ง 3 คดี สูงถึงกว่า 2.6 ล้านบาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง แต่ให้การอ้างว่าตนเองถูกหลอกให้ไปทำงานที่ประเทศลาวและถูกบังคับให้เปิดบัญชีดังกล่าว

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.ชัยฏิภูมิ อำนวยชัย ผกก.5 บก.ปพ. สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปพ. ดำเนินการ

 

ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)