วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เฉียด 3 ล้าน โดนโกงหลอกโอนเงินลงทุนเปิดร้านออนไลน์ บุกจับสาวแสบ

เฉียด 3 ล้าน โดนโกงหลอกโอนเงินลงทุนเปิดร้านออนไลน์ บุกจับสาวแสบ

เตือนภัยล่าสุด เหยื่ออื้อสูญเงินเฉียด 3 ล้านบาท โดนโกงหลอกโอนเงินลงทุนเปิดร้านออนไลน์ ล่าสุดตำรวจบุกจับสาวแสบฟอกเงิน

กรณีเหยื่ออื้อสูญเงินเฉียด 3 ล้าน โดนโกงหลอกโอนเงินลงทุนเปิดร้านออนไลน์ ล่าสุดตำรวจบุกจับสาวแสบฟอกเงิน

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นางสาว ส ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2250/2568 ลงวันที่ 8 เมษายน 2568 ในความผิดฐาน

  1. ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน
  2. นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ
  3. สมคบและร่วมกันฟอกเงิน
  4. ร่วมกันเป็นอั้งยี่
  5. เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารเพื่อนำไปใช้ในการกระทำความผิด (บัญชีม้า)

ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ บริเวณลานจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ผู้เสียหายรายหนึ่งได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงให้เข้าร่วมกลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ เพื่อลงทะเบียนเปิดร้านค้าออนไลน์

  • กลุ่มคนร้ายได้ออกอุบายหลอกลวงอ้างว่าหากผู้เสียหายมียอดขายสินค้า
  • แล้ว จะต้องทำการโอนเงินเพิ่มเพื่อเป็นการเปิดการมองเห็นให้กับร้านค้า และให้ทำการสต็อกสินค้าเพื่อทำกำไรในภายหลัง
  • ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไปรวมจำนวนทั้งหมด 11 ครั้ง เข้าไปยังบัญชีธนาคารต่างๆ
  • หนึ่งในนั้นคือบัญชีธนาคารของ นางสาว ส ผู้ต้องหารายนี้
  • ยอดการโอนเงินสูงถึง 1,021,118.80 บาท ในคราวเดียว
  • ยอดความเสียหายรวมในคดีนี้มีมูลค่ามากกว่า 2.9 ล้านบาท

มิจฉาชีพอ้างว่าเงินจำนวนดังกล่าว เป็นค่าภาษีเพื่อที่จะสามารถถอนเงินทั้งหมดออกจากระบบได้ แต่สุดท้ายแล้วผู้เสียหายกลับไม่สามารถทำการถอนเงินได้จริงตามที่กล่าวอ้าง

ทางพนักงานสอบสวนจึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้

ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม กก.5 บก.ปพ. ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า นางสาว ส จะเดินทางมาจากจังหวัดทางภาคใต้โดยใช้รถโดยสารสาธารณะ จึงได้นำกำลังไปเฝ้าสังเกตการณ์และตรวจสอบพื้นที่บริเวณจุดจอดรถสถานีขนส่งแห่งหนึ่ง ถนนบรมราชชนนี แขวงฉิมพลี เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

จนกระทั่งพบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุม พร้อมกันนี้จากการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติมยังพบว่า ยังมีหมายจับติดตัวของ สภ.เมืองราชบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 502/2568 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ซึ่งมีพฤติการณ์ในการสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม หลอกลวงประชาชนว่าสามารถพาเดินทางไปทำงานที่ประเทศออสเตรเลียได้ ทำให้มีเหยื่อในพื้นที่จังหวัดราชบุรีหลงเชื่อถูกหลอกให้ติดตั้งแอปพลิเคชันและโอนเงินค่าดำเนินการเข้าบัญชีของ นางสาว ส จำนวน 10 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 852,000 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และให้การเพิ่มเติมว่าเคยเดินทางไปทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ประเทศกัมพูชา โดยได้รับเงินเดือนๆ ละ 18,000 บาท

การปฏิบัติภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.ชัยฏิภูมิ อำนวยชัย ผกก.5 บก.ปพ. สั่งการให้ พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงบัวขาว รอง ผกก.5 บก.ปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.5 บก.ปพ. ดำเนินการ

ที่มา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)